จักรวาลจ่ายเงินให้คนที่ลงมือทำ ไม่ใช่คนที่แค่คิด
บทคัดย่อ: อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดระหว่างคุณกับสิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่คอนเนกชั่น ไม่ใช่จังหวะเวลา แต่คือความกลัวที่จะได้ยินคำว่า "ไม่"
มีข้อตกลงเงียบๆ ที่คนส่วนใหญ่ทำกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาอยากได้บางอย่าง เงินเดือนขึ้น เมนเทอร์ โอกาส หรือแค่โอกาสได้ลอง พวกเขาคิดถึงมัน วางแผนเพื่อมัน รอให้จังหวะดีก่อน แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
เพราะการขอรู้สึกเสี่ยง และความกลัวโดนปฏิเสธรู้สึกแย่กว่า ความแน่นอนของการอยู่ที่เดิม
Jack Canfield พูดตรงๆ ใน The Success Principles:
ถ้าคุณไม่ขอ คำตอบจะเป็น "ไม่" เสมอ
อุปสรรคที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด
คนส่วนใหญ่เชื่อว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดของความสำเร็จคือ ขาดเงิน ขาดคอนเนกชั่น หรือขาดโอกาสที่ใช่
แต่ Canfield บอกว่าอุปสรรคที่แท้จริงเรียบง่ายกว่านั้น และเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า: ความกลัวการปฏิเสธ
ถ้าคุณอยากได้บางอย่างแต่ปฏิเสธที่จะขอ กลัวโดนปฏิเสธ กลัวดูขัดสน กลัวทำให้คนอื่นอึดอัด คุณก็ได้ให้คำตอบที่แย่ที่สุดกับตัวเองแล้ว คุณบอก "ไม่" กับตัวเอง ก่อนที่ใครจะมีโอกาสบอก "ใช่" กับคุณ
คนที่สร้างสิ่งยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากไม่มีอะไร สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือความกล้าที่จะเดินเข้าไปคุยถึงแม้จะกลัว
Ask Ask Ask — กฎที่เปลี่ยนทุกอย่าง
กรอบความคิดของ Canfield เรียบง่ายจนอาจรู้สึกอึดอัด: ขอตรงๆ ขอบ่อยๆ และขอโดยไม่ต้องขอโทษ
นี่คือตัวอย่างของการขอในชีวิตจริง:
- อยากได้เงินเดือนเพิ่ม? ขอเลย อย่าแค่หวัง อย่ารอให้หัวหน้าสังเกต เข้าไปหาพร้อมการขอที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
- อยากได้ทุนการศึกษา? ค้นหาว่ามีอะไรบ้างแล้วสมัคร ผลที่แย่ที่สุดคือโดนปฏิเสธ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณสมมติไว้ก่อนอยู่แล้ว
- อยากได้เมนเทอร์ที่เก่ง? ส่งอีเมลไปหา คนที่ประสบความสำเร็จหลายคนพร้อมช่วยมากกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะถ้าคุณเข้าหาด้วยความนอบน้อมและความตั้งใจที่ชัดเจน
- อยากได้ส่วนลด? ขอเลย หลายธุรกิจให้ได้ แค่เพราะคุณถาม และคนส่วนใหญ่ไม่ถาม
- อยากทำงานร่วมกับคนที่ชื่นชม? ติดต่อเข้าไป เสนออะไรที่ชัดเจน ทำให้เขาตอบตกลงได้ง่าย
เส้นด้ายที่เชื่อมทุกอย่าง: หยุดตัดสินใจแทนคนอื่นว่าเขาจะให้หรือไม่ให้ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ หน้าที่ของคุณคือขอ
ศิลปะของการขอให้ดี
การขอไม่ใช่แค่เรื่องความกล้า แต่เป็นเรื่องของวิธีที่คุณแสดงตัวเมื่อขอด้วย
ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่มีคนมาขออะไรจากคุณโดยไม่หวังจะให้อะไรตอบแทนเลย รู้สึกยังไง?
ส่วนใหญ่แล้ว คนที่เราพร้อมช่วยมากที่สุดคือ:
- คนที่กำลังเริ่มต้นและยังไม่มีอะไรให้ — ยังเด็ก ยังไม่มีประสบการณ์ แต่มีความกระตือรือร้นและความตั้งใจ
- คนที่แสดงความนอบน้อมจริงๆ — รู้ว่าตัวเองขอบางอย่างที่ยังตอบแทนไม่ได้ แต่แสดงให้เห็นว่าตั้งใจจะตอบแทนในอนาคต
ตัวอย่าง: นักศึกษาจบใหม่อยากขอคำแนะนำด้านอาชีพจากผู้บริหารอาวุโส แทนที่จะแค่ขอนัดคุย เขาพูดว่า: "ผมรู้ว่าเวลาของคุณมีค่ามาก ผมยินดีช่วยงานวิจัยหรืองานอื่นๆ เป็นการตอบแทน และจะพยายามทำให้เวลาที่คุณให้มีประโยชน์จริงๆ"
การขอแบบนี้ยากที่จะปฏิเสธ เพราะแสดงถึงความเคารพ ความตระหนักรู้ และคาแรคเตอร์ที่ดี
และถ้าอยากได้เงินเดือนขึ้น คุณต้องได้สิทธิ์ในการขอก่อน เดินเข้าไปพร้อมหลักฐานคุณค่าของตัวเอง เตรียมพร้อมที่จะได้ยินว่ายังต้องพัฒนาอะไรอีก การสนทนาอาจไม่จบด้วย "ใช่" ทันที แต่จะบอกคุณชัดเจนว่าต้องทำอะไรเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น
Rule of 5: ทำอะไรหลังจากขอได้แล้ว
นี่คือปัญหาที่หลายคนไม่คาดคิด: คุณขอ แล้วมีงานให้ทำมากกว่าที่จัดการได้
Canfield มีคำตอบ: Rule of 5
ทุกวัน เลือกห้าสิ่งที่จะทำ ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน ที่พาคุณเข้าใกล้เป้าหมาย แล้วทำมัน ทุกวันโดยไม่มีข้อยกเว้น
ลองนึกภาพการโค่นต้นไม้ใหญ่ด้วยขวาน ฟันวันละห้าที ทุกวัน ต้นไม้ไม่ล้มวันนี้ หรือพรุ่งนี้ แต่มันจะล้มในที่สุด เพราะฟิสิกส์ไม่ต่อรอง
ตัวอย่าง: คุณอยากเขียนหนังสือให้จบ
- วันที่ 1: เขียน outline ของบท
- วันที่ 2: ร่างประโยคแรก 300 คำ
- วันที่ 3: ค้นหาตัวอย่างที่จะใช้ในบท
- วันที่ 4: แก้ไขสิ่งที่เขียนเมื่อวาน
- วันที่ 5: เขียนอีก 300 คำ
ไม่มีขั้นตอนไหนที่จบหนังสือได้คนเดียว แต่ทำทั้งหมดซ้ำทุกวัน หนังสือจะจบ
Rule of 5 ใช้ได้กับทุกเป้าหมาย:
- สร้างธุรกิจ: ติดต่อลูกค้าใหม่ห้าคนทุกวัน
- เรียนภาษา: ฝึกคำศัพท์ห้าคำและบทสนทนาหนึ่งครั้ง
- ออกกำลังกาย: ห้าเซ็ตที่ยิม หรือออกกำลังกายห้าวันต่อสัปดาห์
- สร้างเครือข่าย: ส่งข้อความส่วนตัวห้าข้อความทุกสัปดาห์
เป้าหมายไม่ต้องสำเร็จวันนี้ แต่ต้องถูกเข้าใกล้วันนี้
เริ่มก่อนที่จะพร้อม
มีอีกสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่รอ ซึ่งไม่เคยมาถึง: ความรู้สึกว่าพร้อมแล้ว
คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ไม่กลัว พวกเขากลัว บ่อยกว่าที่คุณคิดด้วย ความแตกต่างคือพวกเขาทำไปทั้งๆ ที่กลัว
ถ้าคุณไม่กลัว แปลว่าคุณกำลังทำสิ่งที่เคยทำมาก่อนแล้ว ความกลัวเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังลองทำอะไรใหม่ และของใหม่คือที่ที่การเติบโตอยู่
Jack Canfield พูดชัด: ความล้มเหลวคือข้อมูล ไม่ใช่จุดจบ
ขอแล้วได้คำตอบว่าไม่ นั่นคือข้อมูล ปรับ พัฒนา ขอใหม่ในแบบที่ต่างออกไป
ลองทำของใหม่แล้วไม่เป็นไปตามที่คาด นั่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นฉบับร่างแรกของสิ่งที่จะสำเร็จในที่สุด
ตัวอย่าง: ผู้ประกอบการหน้าใหม่พิทช์ไอเดียให้นักลงทุนห้าคน ทั้งห้าคนปฏิเสธ แต่คนหนึ่งบอกว่า business model ต้องปรับ เธอแก้แนวทาง ปรับโมเดล แล้วพิทช์ใหม่สามเดือนต่อมา นักลงทุนสองคนตอบตกลง
ห้าคำว่าไม่แรกไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือค่าเล่าเรียนที่ทำให้ได้สองคำว่าใช่ที่ตามมา
สรุปสั้นๆ
จักรวาลไม่ให้ผลตอบแทนกับคนที่แค่คิด แต่ให้กับคนที่ลงมือทำ
ขอตรงๆ ขอบ่อยๆ แสดงความนอบน้อมและพร้อมตอบแทน ทำห้าสิ่งทุกวันที่พาคุณเข้าใกล้เป้าหมาย และเมื่อความกลัวมา ซึ่งมันจะมาแน่ๆ ให้มองมันว่าเป็นการยืนยันว่าคุณกำลังเดินไปถูกทาง
คุณอาจจะไม่ได้ทุกอย่างที่ขอ แต่คุณจะไม่ได้เลยในสิ่งที่ไม่ยอมขอ
เริ่มเลย เริ่มแบบยังไม่สมบูรณ์ เริ่มทั้งที่กลัว
แค่เริ่ม
อ้างอิง
- แปดบรรทัดครึ่ง Podcast — EP2371: จักรวาลจ่ายให้คนที่ลงมือทำ
- Jack Canfield — *The Success Principles* (Official Site)
- James Clear — *Atomic Habits*
Comments