เสียงนกเสียงกาจะพาคุณไปไม่ถึงไหน

บทคัดย่อ: คนที่คอยบอกว่าทำไม่ได้ ไม่ได้หยุดคุณเพราะเขาถูก แต่หยุดได้เพราะคุณยอมให้คำพูดของเขากลายเป็นความจริงของคุณ


คุณเคยแชร์ไอเดียใหม่ — ในที่ทำงาน กับเพื่อน หรือกับครอบครัว — แล้วรู้สึกได้ทันทีว่ามีแรงกดดันกลับมาไหม?

"มันจะทำได้จริงหรอ?" "ดูเสี่ยงนะ" "คนอย่างเราไม่ได้ทำแบบนั้นกันหรอก"

นี่ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ส่วนตัว แต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในแง่การใช้ social media และส่วนหนึ่งของการใช้นั้นคือการ comment วิจารณ์คนอื่น โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใดๆ เลย

มีความคิดเห็นเป็นเรื่องง่าย การสร้างบางอย่างขึ้นมาจริงๆ ต่างหากที่ยาก

และคนที่มีความเห็นดังที่สุดมักเป็นคนที่สร้างได้น้อยที่สุด Jack Canfield เรียกคนพวกนี้ว่า naysayers และใน The Success Principles เขามีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรับมือกับพวกเขา


ทำไมเสียงนกเสียงกาถึงชนะในองค์กรไทย

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องวัฒนธรรม แต่เป็นเรื่องโครงสร้างด้วย

ในองค์กรไทยหลายแห่ง ไอเดียใหม่ถูกนำเสนอต่อบอร์ดหรือผู้บริหาร แล้วถูกเก็บเงียบไว้ ไม่ใช่เพราะไอเดียแย่ แต่เพราะ:

นวัตกรรมไม่ได้ถูกฆ่าด้วยการปฏิเสธตรงๆ แต่ถูกทำให้ขาดอากาศหายใจช้าๆ ด้วยคณะกรรมการ การประชุมไม่สิ้นสุด และความสบายของสิ่งที่เป็นอยู่

ผลลัพธ์คือ คนที่คิดกล้าๆ เรียนรู้ที่จะเงียบ และองค์กรก็สงสัยว่าทำไมทุกอย่างถึงไม่เปลี่ยนสักที


เทคนิคที่ 1: Visualization — ซ้อมความสำเร็จในหัวก่อน

เทคนิคแรกของ Jack Canfield ในการเอาชนะความสงสัย ทั้งจากภายนอกและภายในตัวเอง คือ การจินตนาการ (Visualization)

นี่ไม่ใช่การฝันเฟื่อง แต่คือวิทยาศาสตร์ประสาท

สมองของเราแยกไม่ออกระหว่างประสบการณ์ที่จินตนาการอย่างชัดเจน กับประสบการณ์จริง ลองนึกถึงการดูหนังผี หัวใจเต้นแรง มือชื้น ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง หรือลองนึกถึงการกัดมะนาว น้ำลายก็ออกมาทันที เพียงแค่ภาพในหัวก็ทำให้ร่างกายตอบสนองได้แล้ว

หลักการเดียวกันนี้ใช้กับความสำเร็จได้

ทุกเช้าและทุกคืนก่อนนอน หลับตาแล้วนึกภาพว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ใช่แค่เห็นภาพ แต่ต้อง รู้สึกด้วย ความภาคภูมิใจ บรรยากาศ รายละเอียดทุกอย่าง ดำดิ่งเข้าไปในประสบการณ์นั้นเหมือนมันเกิดขึ้นจริงแล้ว

ทำสม่ำเสมอ และสมองจะเริ่ม ถูก reprogram จิตใจจะเชื่อว่าผลลัพธ์นั้นเป็นไปได้ และเมื่อเชื่อแล้ว สมองจะเริ่มมองหาโอกาสในชีวิตจริงเพื่อทำให้มันเกิดขึ้น

คนเก่งไม่ต้องรอ inspire จากภายนอก เขา inspire ตัวเองได้จากข้างใน


เทคนิคที่ 2: เชื่อก่อนแล้วผลจะตามมา

คนส่วนใหญ่คิดแบบนี้:

"ให้ฉันเห็นผลก่อน แล้วฉันถึงจะเชื่อ"

Jack Canfield พลิกมุมนี้ทั้งหมด:

"เชื่อก่อน แล้วผลลัพธ์จะตามมาเอง"

Steve Jobs เข้าใจเรื่องนี้ดี เวลาสร้างของใหม่จริงๆ คุณไม่มีทางรอให้มีหลักฐานก่อนแล้วค่อยลงมือทำ ของใหม่โดยธรรมชาติมักดูเหมือนจะไม่ work ในตอนแรก ถ้าดูชัดเจนว่าจะสำเร็จตั้งแต่ต้น คนอื่นคงทำไปแล้ว

รูปแบบการบริหารแบบเก่าบอกว่า: "พิสูจน์ให้ฉันดูก่อน" โมเดลนี้ฆ่านวัตกรรม มันเป็น cost และ friction ในองค์กรแบบไทยๆ มีให้เห็นเยอะมาก

โมเดลใหม่บอกว่า: act as if ทำตัวเหมือนกับว่าเป้าหมายของคุณเกิดขึ้นแล้ว ตัดสินใจ เคลื่อนไหว และใช้ชีวิตในแบบนั้น นี่ไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่คือความมุ่งมั่น

เชื่อในศักยภาพของใครสักคนก่อนที่เขาจะพิสูจน์ตัวเอง แล้วคุณจะได้เห็นเองว่าเขาทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าต้องรอดูผลก่อนถึงจะเชื่อ คุณก็แค่เป็นผู้บริหารที่ kill innovation โดยไม่รู้ตัว


เทคนิคที่ 3: ปกป้องความเชื่อของคุณเหมือนนกปกป้องไข่

เมื่อคุณเริ่มเปลี่ยน เมื่อคุณเริ่มไล่ตามบางอย่างที่ใหญ่กว่าชีวิตปัจจุบัน คนรอบข้างจะสังเกตเห็น และบางคนจะเริ่มต้านทาน

เพื่อนอาจบอกว่าคุณดูแปลกไป ครอบครัวอาจเป็นห่วง เพื่อนร่วมงานอาจตั้งคำถาม นี่ไม่ได้แปลว่าเขาแย่ แต่ส่วนใหญ่มาจากความกลัว ของเขา ที่ฉายไปที่คุณ

คำแนะนำของ Jack Canfield ตรงไปตรงมาและทรงพลัง:

"ปกป้องความเชื่อของคุณเหมือนนกปกป้องไข่"

อย่าเถียง อย่าพยายามโน้มน้าวคนที่ยังไม่พร้อมจะเปลี่ยนใจ คุณสู้ด้วยคำพูดไม่ชนะ มีแค่ผลลัพธ์เท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้

รับ feedback ได้ เปิดรับการเรียนรู้ได้ แต่อย่าให้ความคิดเห็นของคนธรรมดากลายเป็นเพดานของศักยภาพคุณ

ความจริงที่ต้องพูดตรงๆ คือ คนที่สงสัยคุณดังที่สุด มักเป็นคนที่ไม่เคยลองสร้างอะไรใหม่เลย พวกเขาไม่ได้แย่ แค่ไม่มี vision และ vision เป็นสิ่งที่อธิบายให้คนที่ยังไม่เลือกจะมองไม่เข้าใจ

เมื่ออะไรไม่ work เขาจะบอกว่า "บอกแล้วว่าไม่ได้เรื่อง" แต่เขาไม่เคยสร้างอะไรใหม่ รับ feedback แล้วปรับ แล้วเดินหน้าต่อ


สรุปสั้นๆ

เสียงรอบข้างมีจริง ในสังคมไทย ในองค์กรไทย ใน social media ไทย ความเห็นไม่เคยหยุด

แต่เสียงเหล่านั้นไม่ใช่ความจริง

งานของคุณไม่ใช่การปิดปากคนที่คอยบอกว่าทำไม่ได้ แต่คือการสร้างบางอย่างที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ จนเสียงพวกนั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป

จินตนาการความสำเร็จทุกวัน เชื่อก่อนที่จะเห็นผล ทำเหมือนกับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และปกป้องความเชื่อของคุณอย่างแข็งขัน เพราะไม่มีใครทำแทนคุณได้

อย่าให้คำพูดของคนอื่นกลายเป็นความจริงของคุณ คุณเองที่เป็นคนตัดสินว่าอนาคตของคุณจะเป็นอย่างไร


อ้างอิง