ไปเจอคลิปนึงใน Youtube ชิ่อคลิป Do this every morning in your 20s and 30s and you'll be untouchable by 40
ซึ่งผมว่าอธิบายได้ลึกเเละดี
เค้าบอกว่าสมองของมนุษย์มีสภาวะพื้นฐานที่เรียกว่า Default Mode Network (DMN) ซึ่งจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเราไม่ได้จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ
ในโหมดนี้สมองเราจะวนเวียนอยู่กับอดีต กังวลถึงอนาคต หรือจำลองสถานการณ์เลวร้ายที่ยังไม่เกิดขึ้น (คือเอาเเต่กังวลโคตรๆวนไปวนมา)
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ใช้เวลาถึง 50-70% ของวันในสภาวะนี้ ทำให้ชีวิตกลายเป็นเพียงการ Reactive ต่อสิ่งเร้าและข้อมูลที่ไร้สาระ แทนที่จะเป็นการกระทำเเบบ Proactive เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริง
เเปลว่าเรามักจะปล่อยให้สมองรันบนสภาวะ Default คือการเผา Cognitive Fuel ( หรือน่าจะเเปลว่าเชื้อเพลิงทางปัญญา) ไปกับสิ่งที่ไร้ค่า
เเล้วพอเมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ พลังงานในสมองจึงไม่เหลือพอที่จะสร้างสรรค์งานระดับ Masterpiece ได้ ทำให้คนที่ติดอยู่ในโหมดนี้จะสูญเสียอำนาจการควบคุมทิศทางของชีวิตตนเองไปอย่างสิ้นเชิง
เเล้ว God Mode คีออะไร
อธิบายไว้ว่า God Mode คือสภาวะที่เกิดจากการบรรจบกันของ 3 องค์ประกอบ
- Deep Focus (การจดจ่อเเบบขั้นสุดจนลืมเวลา)
- Cognitive Clarity (ความชัดเจนทางความคิด)
- Identity Alignment (การลงมือทำที่สอดประสานกับตัวตน)
ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์คือการหลั่งสารเคมีในสมองกลุ่ม Dopamine และ Endorphins ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงขึ้นเป็นหลายเท่าตัว
เเละการเข้าสู่สภาวะ God Mode ไม่ได้เริ่มเเค่ Mindset แต่ต้องเริ่มที่ "พื้นที่" หรือการออกเเบบสภาพเเวดล้อม เช่นเอามือถือออกจากโต๊ะทำงาน หรือเอาออกจากห้องนอนเเบบเด็ดขาด
ผมว่าอันนี้โคตรจริง เพราะสภาพแวดล้อมคือ ตัวTrigger ที่ส่งสัญญาณไปที่ระบบประสาทเราจริงจัง ซึ่งถ้าเราไม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมทางกายภาพได้ เราไม่มีทางควบคุมสภาวะทางจิตใจได้เลย
ความสม่ำเสมอในพื้นที่ทำงาน คือรากฐานของวินัยที่ไม่ต้องใช้ความพยายาม
Effortless Discipline มันสำคัญมาก เพราะถ้าเราดันต้องใช้พลังงานในการหักห้ามใจก่อนจะเข้าสู่สภาวะโฟกัสได้จริงๆ มันจะเหนื่อยมากกว่าปกติ
Call to action จริงๆในการสร้าง God Mode เค้าเรียกการ Build Runway และการฝ่าแรงต้านในช่วง 20 นาทีแรกให้ได้ก่อน
เเปลว่าก่อนจะเริ่มงานควรมีช่วง Runway 5-10 นาทีเพื่อเปลี่ยนโหมดก่อน เช่น เราอาจจะใช้การจดบันทึกเพื่อระบายความคิด (Brain Dump) หรือโฟกัสให้เเน่ว่าหนึ่งชั่วโมงจากนี้จะทำอะไรให้จบ
เเล้วพอเริ่มงาน สิ่งสำคัญคือการรักษา Sustained Single Focus เป็นเวลา 60-90 นาที โดยเฉพาะในช่วง 15-25 นาทีแรกที่จะเกิดแรงต้านสูงมากๆที่เราจะสลับหน้าจอไปดูมือถือมั่ง ดู Youtube มั่ง เเต่ถ้าเราอดทนผ่านจุดที่สมองอยากเช็กมือถือไปได้ เราจะเข้าสู่เขตแดนของ God Mode ที่ความคิดจะไหลลื่นอย่างเหลือเชื่อ
เอาจริงๆการสลับงาน (Context Switching) ถึงมันจะดูเเก้เบื่อได้ดี เเต่มันทำลายกระบวนการสร้างสารเคมีในสมองและต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อยู่ตลอด
"The myth is that there isn't enough time. There is plenty of time. There isn't enough focus with the time you have. You win by directing your attention toward better things."
เหมือนที่ James Clear เคยอธิบายเรื่องนี้ไว้ครับว่าเวลาคนเราจริงๆเเล้วไม่ได้น้อยเลย เเต่ที่มันน้อยมากจริงๆ
คือโฟกัสของเราต่างหาก
Comments