เคยได้ยินคำว่า Correlation Breakdown มั้ยครับ
มันเป็นปรากฏการณ์ของสินทรัพย์ที่เคย Hedge ความเสี่ยงกันได้ดี เวลาตัวนึงลงเเต่อีกตัวนึงจะขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงออกไป เเต่กลับกลายเป็นว่าเวลาเกิดวิกฤต ดันราคาร่วงทั้งคู่เเล้วสร้างความเสียหายให้พอร์ทลงทุนอย่างมาก
อธิบายกลไกเชิงโครงสร้างที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เเบบกระชับๆสองมุม
- เกิดการ Forced Selling ทุกสินทรัพย์ในพอร์ท -เพราะในช่วงวิกฤต สถาบันการเงินและกองทุนที่ใช้ leverage สูงถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์ทุกประเภทพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะสินทรัพย์เหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันจริง แต่เพราะ ”ต้องการเงินสดเร่งด่วน” เพื่อรักษาระดับการวางมาร์จิ้น ผลคือสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในทางเศรษฐศาสตร์กลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันซะอย่างงั้น
ยกตัวอย่างการจัดพอร์ทเเบบ Static หุ้นเเละพันธบัตร 60/40 อาจใช้ได้ดีในช่วงเงินฝืดแต่อาจล้มเหลวในภาวะเงินเฟ้อ มันเลยมีคำว่า Dynamic hedging ที่เอาไว้ปรับน้ำหนักพันธบัตรตามการเปลี่ยนเเปลงตามความผันผวนหรือค่า VIX
- Volatility Targeting Feedback Loop -มันจะมีกองทุนไม่น้อยที่ใช้กลยุทธ์ควบคุมความผันผวนหรือ volatility จะขายสินทรัพย์อัตโนมัติเมื่อ Volatility สูงกว่าที่กำหนด เเละยิ่งขาย ยิ่งดันให้ความผันผวนสูงขึ้น วนเป็น Negative loop ขยายผลกระทบที่รุนเเรงมากขึ้นไปอีก
เเล้วถามว่าเเบบนี้ต้องทำอะไรต่อ ในมุมผมคิดว่าลองก่อนสามเรื่อง
ลองศึกษาการเทรด Option ครับ เพราะในเคสเเบบนี้ เราสามารถทำ Tail Risk Hedging ด้วยการซื้อ put options หรือด้วยการจ่าย premium เล็กน้อยแต่ได้ protection ในช่วงวิกฤต
เตรียมเงินสดในพอร์ทเสมอสัก 15-20% เพราะผลตอบเเทนจากวิกฤตในบางรอบตลาด มันสร้าง Return ให้เราได้ไวกว่าการถือไว้เป็นปีๆด้วยซ้ำ เเละถ้าคุณเชื่อเรื่องการเร่งรอบกำไรจากการไปซื้อในจังหวะที่ทุกคนยอมเเพ้ โอกาสปั้นฐานทุนเเบบก้าวกระโดดมันก็มีเหมือนกัน
นอกจากจะกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์เเล้ว ให้ลองกระจายความเสี่ยงจากกลยุทธ์ด้วย เพราะอย่างที่เล่าให้ฟังครับว่าในช่วงวิกฤต Correlation ของสินทรัพย์เกือบทุกชนิดวิ่งเข้าหากันทั้งหุ้น พันธบัตร กอง REITs Commodity ทำให้ Portfolio ที่ว่ากันว่ากระจายความเสี่ยงดีแล้วกลับขาดทุนเท่ากับถือสินทรัพย์เดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำ อาจจะลองกระจายในกลยุทธ์ เช่น Trend Following, Mean Reversion, และ Long Volatility เเทนเพราะยังไงกลยุทธ์พวกนี้มี Correlation ต่ำกันในเชิงโครงสร้างอยู่เเล้ว
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมกล้าคอนเฟิร์มได้เหมือนกันว่า Edge ที่แท้จริงมาจากการออกเเบบเชิงโครงสร้างไม่ใช่จากการทำนายทิศทางตลอดเวลา
เมื่อตลาดไม่เดินตามตำราและมี Correlation ที่เปลี่ยนตลอดเวลา การมีระบบที่รับมือกับทุก Regime ได้ต่างหากที่สำคัญ
เเละเมื่อการเทรดคือการชิงไหวชิงพริบกัน คนที่ชนะในสนามนี้ได้
จึงหมายถึงคนที่ยืนระยะได้นานจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเเล้วทุกสภาวะครับ
Comments