ผมนั่งฟังคลิปนี้ใน Youtube จากช่อง EO Dan Wang เล่าได้เห็นภาพเลยครับ

เค้าบอกว่าโลกกายภาพ หรือ Physical World ของจีนกำลังทิ้งห่างสหรัฐอย่างมหาศาล

จีนต่อเรือได้มากกว่าสหรัฐฯ ถึง 300 เท่า และมีความเร็วในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่เร็วกว่าสหรัฐฯ ถึง 3 เท่า

ประเด็นสำคัญคือความเชื่อใน Silicon Valley ที่ว่า AI จะเป็น "อาวุธลับ" ที่ทำให้สหรัฐชนะขาดนั้นเป็นเพียง Magical Thinking เพราะในโลกแห่งความจริง จีนกำลังสะสมพลังงานนิวเคลียร์และโซลาร์เซลล์ในระดับที่สหรัฐไม่มีทางตามทัน

ซึ่งหัวใจของความแข็งแกร่งของจีนคือ "ระบบนิเวศในการผลิต" ที่เเข็งเเกร่งที่สุดในโลก

เพราะไม่ใช่แค่โรงงานอัตโนมัติ แต่คือการที่ซัพพลายเออร์ทุกเจ้าอยู่ติดกันและมีแรงงานทักษะสูงกว่า 70 ล้านคน เเละจีนเองถูกปกครองโดย Engineering State ที่เน้นความสำเร็จเชิงประจักษ์ เช่น การสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ยาวกว่าทั้งโลกรวมกัน 2 เท่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น Dan Wang อธิบายถึงบรรยากาศในจีนผ่านเปรียบเทียบทฤษฎี Anaconda in the Chandelier ได้อย่างน่าสนใจว่าภาครัฐไม่จำเป็นต้องลงโทษทุกคน แค่ทำให้ทุกคนรู้ว่า "มีการเฝ้าดูอยู่" ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิด Self-censorship ซึ่งสิ่งนี้มันทำลายความคิดสร้างสรรค์อย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม เค้ามองว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน ไม่ใช่แค่เรื่องใครเก่งกว่า

แต่คือใครจะพลาดน้อยกว่ากัน

เพราะทั้งคู่ต่างกำลังทำร้ายตัวเองด้วยความมั่นใจเกินไปหรือการควบคุมที่ตึงเกินไป

สรุปได้เเบบนี้ครับว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า คำว่า "Made in China" จะถูกมองว่าเป็นสินค้าคุณภาพสูงเทียบเท่าเยอรมนีหรือญี่ปุ่น ในขณะที่สหรัฐกำลังสูญเสียความสามารถในการดึงดูด Talent จากนโยบายที่แข็งกร้าวเกินไป เช่น การเนรเทศวิศวกรเกาหลีใต้ และความล้มเหลวของรัฐบาลท้องถิ่นใน Silicon Valley ที่ไม่สามารถจัดการปัญหาพื้นฐานได้

นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า AI กำลังส่งผลกระทบต่อกลุ่ม Knowledge Worker มากกว่าแรงงานฝีมือ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง

น่าสนใจเลยครับกับ Regime Shift ในมุมนี้