การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ของพอร์ต Inflation Guard 6/2026

(สำหรับลูกค้าเก่า เงินเดิมที่เปิดบริการปรับพอร์ตอัตโนมัติแล้วไม่ต้องทำอะไร ระบบจะปรับให้อัตโนมัติ)

1

All Weather INFLATION GUARD
เป็นพอร์ตที่ถูกออกแบบให้กับเงินลงทุนระยะกลาง-ยาวที่รับความเสี่ยงได้น้อย พอร์ตนี้คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว 4% ต่อปี โดยพยายามควบคุมความผันผวนให้ต่ำกว่าดัชนีอ้างอิง

การเปลี่ยนแปลงของพอร์ตในครั้งนี้

  1. คงสัดส่วนหุ้นไว้ที่ 30% เท่าเดิม
  2. ปรับออกจากหุ้นกลุ่มพลังงาน KT-ENERGY 5% เข้า หุ้นเอเชีย TLFVMR-ASIAX 5% แทน
  3. คงสัดส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ SCBCOMP ไว้ที่ 5% รองรับเงินเฟ้อ หลังภาวะสงครามใช้เวลานานในการเจรจา
  4. ลดสัดส่วน ทองคำ K-GOLD-A(A) จากเดิม 10% เป็น 5%
  5. เพิ่มตราสารหนี้โลกจาก 40% เป็น 45% ทั้งนี้เปลี่ยนกองตราสารหนี้จาก KT-BOND เป็น TLA-GFIX เพื่อประโยชน์ของการจัดพอร์ตที่มากขึ้น การสับเปลี่ยนครั้งนี้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้าจากบลจ. ทาลิส

ข้อมูลกองทุนหลักของ SCBCOMP

PIMCO CommodityRealReturn Strategy Fund®  ในกองทุนมีการถือ

ทำให้พอร์ตยังมีการถือทองคำบางส่วนผ่านกองทุน SCBCOMP แต่ได้การกระจายตัวของสินค้าโภคภัณฑ์มากขึ้น

2

ข้อมูลจาก PIMCO https://www.pimco.com/us/en/investments/mutual-fund/pimco-commodityrealreturn-strategy-fund/inst-usd

ข้อมูล ณ 29/5/2026 จากระบบ Refinitive / ข้อมูลคาดการณ์แบบ Forward ปี 2026

ขอย้ำเรื่องเดิมอีกรอบ เวลาเราลงทุน เราไม่ได้คิดถึงกำไร 1 เดือน หรือแค่ 1 ปี แต่เราควรมองภาพที่ยาวกว่านั้น เช่น 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ขึ้นไป ตลาดในภาพสั้นขึ้นๆ ลงๆ เสมอ ถ้าเรามีพอร์ตที่กระจายตัวดี และถือมานานพอ พอร์ตจะช่วยเราลดความเหวี่ยงของเงินลงทุนลงไปได้

ทั้งนี้สำหรับเงินหลังเกษียณ การบริหารเงินก้อนนี้ การลดความผันผวนของเงินสำคัญไม่แพ้การสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอ

ชัชฎา สิงห์ชูวงศ์ (ข้าวปุ้น) นักวางแผนการเงิน CFP®TH160000018 Investment Planner License : 054123