กองทุน ES-NDQPIN กองแม่คือ JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV – Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF (JEPQ) บริหารแบบ Active Fund แต่จดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ตัวหนึ่งแบบ ETF เราเรียกการทำสิ่งนี้ว่า Active ETF

แนวคิดการลงทุน

กองทุน ลงทุน 2 ส่วน คล้ายกับมี มือซ้าย และ มือขวา

  1. เงินที่นักลงทุนใส่เข้ามา = ลงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นดัชนี Nasdaq 100 คล้ายๆ เป็นการลงทุนกองทุนดัชนี Nasdaq 100 ข้างหนึ่ง
  2. กองทุนช่วยบริหารจัดการให้ผ่านการออกไปขาย Call Option (Short Call Option) ในตลาด การขาย Option นี้กองทุนจะได้รายได้ จากค่า Premium ที่ขายได้ เหมือนเป็น Position อีกข้างหนึ่งของกองทุน

กองทุนใช้การขาย Call Option เป็นตัวช่วยสร้างผลตอบแทนกระแสเงินสดให้กับนักลงทุน ยิ่งตลาดมีความผันผวนสูง (VXN Index : CBOE NASDAQ Volatil Idx สูง) ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับค่า Premium ที่สูงขึ้นตามไปด้วย ผันแปรตามความผันผวนของตลาด

กลยุทธ์แบบนี้บางคนเรียกว่า Covered Call Strategy หรือ บางคนก็เรียก Equity Premium Strategy ใดๆ คือสิ่งเดียวกัน

โครงสร้างกองทุน

กองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV – Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF เป็น ETF จดทะเบียนไอร์แลนด์ (UCITS) จดทะเบียนซื้อขาย London Stock Exchange จัดตั้ง 29 ต.ค. 2567 บริหารโดย JPMorgan Asset Management (Europe)

การที่กองไทยเลือก Master Fund ที่จดทะเบียนที่ London Stock Exchange แทนการซื้อจากฝั่ง US

  1. เพื่อประโยชน์ของนักลงทุนไทยในเรื่องภาษีเมื่อมีกำไรจากส่วนต่างราคา และ ปันผล
  2. กองฝั่ง US เสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย 15% ของปันผลที่ได้รับมาจากกองแม่

กลยุทธ์ Active Equity + Options Overlay (Covered Call)

  1. Sector Limit: น้ำหนักแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมในพอร์ตต้องไม่เบี่ยงเบนจากดัชนี Nasdaq 100 เกิน ±5%
  2. Stock Limit: น้ำหนักหุ้นแต่ละตัวในพอร์ตต้องไม่เบี่ยงเบนจากดัชนี Nasdaq 100 เกิน ±1%
  3. Options Overlay: ขายสัญญาออปชั่นอายุ 1 เดือน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของมูลค่าพอร์ตต่อสัปดาห์ (ทยอยขายเป็นรอบรายสัปดาห์ ไม่ใช่ขายครั้งเดียวทั้งพอร์ต)

ES-NDQPIN มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบปิดความเสี่ยงค่าเงิน และ ไม่ปิดความเสี่ยงค่าเงิน รวมถึงแบบที่จ่ายกระแสเงินสดผ่านการ Redeem หน่วยลงทุน หรือ สะสมมูลค่า เรียกได้ว่าในประเทศไทยเรามีกองให้เลือกหลายประเภทมากๆ

วันนี้พอร์ตลงทุนอะไรอยู่บ้าง

ndqpin_holdings_analysis

กองทุน ถือหุ้นสหรัฐฯ ~60-90 บริษัท และมีสัดส่วนการขายสัญญาออปชั่นอายุ 1 เดือนสัปดาห์ละ ~25% ของพอร์ต

Top 10 Holdings เนื่องจากพอร์ตอ้างอิงองค์ประกอบของดัชนี Nasdaq 100 เป็นฐาน โดยเน้นสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการคัดเลือกน้ำหนักหุ้นรายตัวที่ต่างจากดัชนีเล็กน้อย (Active Weight ไม่เกิน ±1% ต่อหุ้น) แต่จะกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคฯ ตามดัชนี Nasdaq100

ลักษณะหุ้นหลัก หุ้น 10 อันดับแรกเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและผู้บริโภครายใหญ่ของสหรัฐฯ (Nvidia, Apple, Alphabet, Microsoft, Amazon, Meta, Tesla, Walmart, Micron, Broadcom)

Nasdaq 100 เน้นหุ้นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสัดส่วน 60% ในขณะที่ S&P 500 ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่หลากหลายอุตสาหกรรม และมีหุ้นเทคฯ เพียง 30% แต่ก็แลกมาด้วยการที่ Nasdaq 100 จะมีความผันผวนสูงกว่า S&P 500 การลงทุนใน Nasdaq 100 เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงเพื่อแลกกับโอกาสการเติบโตที่ดี

Call Option คือการขายสิทธิ์ซื้อ บนหุ้น หรือ สินทรัพย์อ้างอิงเพื่อรับ Premium ก ผู้ขายก็ได้จะได้ Premium จากการออกขาย Option เป็นการตอบแทน ความเสี่ยงยังคงล้อไปกับตลาดหุุ้น คือความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิง และการเข้ามาใช้สิทธิ Option

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา (กองทุน / ดัชนี Nasdaq 100)

จะเห็นว่ากลยุทธ์แบบนี้จะทำผลงานที่โดดเด่นกว่าในภาวะตลาดแกว่งตัว Sideway หรือ ตลาดขาขึ้นเล็กน้อย รวมถึงตลาดขาลงไม่มากกองทุนก็จะมีรายได้จากการขาย Option เข้ามาช่วยผลการดำเนินงาน แต่ในกรณีที่ตลาดขึ้นแรงมากๆ การทุนจะสูญเสียกำไรจากการลงทุนส่วนการขาย Call Option

ประวัติการจ่ายเงินกระแสเงินสด นับตั้งเเต่จัดตั้งกองทุนหลังหักค่าธรรมเนียมจะอยู่ในช่วง 7%- 8% สอดคล้องกับดัชนี Nasdaq100 ที่มีความผันผวนสูงขึ้น (ขึ้น - ลง แรง)

การขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) ของ JEPQ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (พ.ค. 2022) อยู่ที่ -16.82% โดยเริ่มจากจุดสูงสุดวันที่ 5 พ.ค. 2022 ลงไปแตะจุดต่ำสุดวันที่ 14 ต.ค. 2022 ใช้เวลา 113 วันทำการ และฟื้นตัวกลับไปเท่าจุดสูงสุดเดิมในวันที่ 27 เม.ย. 2023 ใช้เวลาฟื้นตัว 133 วันทำการ หรือรวมทั้งหมดประมาณ 246 วันทำการจากจุดสูงสุดถึงจุดสูงสุด (ราว 11-12 เดือน)

ต้นทุนที่ต้องจ่าย

ปัจจุบันกองทุนไทยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอยู่ 2 ส่วนหลักๆ คือ

แล้วกองทุนนี้เหมาะกับใคร

กองทุนแบบนี้เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่สหรัฐฯ (Nasdaq 100) โดยมีความผันผวนที่ต่ำกว่าการถือดัชนีโดยตรง ต้องการกระแสเงินสด/รายได้สม่ำเสมอจากพอร์ตหุ้น

รับความเสี่ยงได้ในระดับสูง (ระดับ 6/8) เหมือนการถือหุ้น เข้าใจและยอมรับ Trade-off ของกลยุทธ์ Covered Call ที่จำกัดผลตอบแทนขาขึ้นในช่วงตลาดกระทิงแรง เพื่อแลกกับความผันผวนที่ต่ำลงและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอขึ้น ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงสุดตามดัชนี Nasdaq 100

สัดส่วนการลงทุนที่แนะนำ (Asset Allocation Limit) กองทุนกลุ่ม Equity Premium Income / Covered Call เช่นนี้ สามารถใช้เป็นทั้งส่วนเสริม (satellite) เพื่อสร้างกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน หรือใช้เป็นทางเลือกทดแทนบางส่วนของตราสารทุนในพอร์ต เนื่องจากมีเป้าหมายสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม แม้กองทุนจะเน้นการจ่ายกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอแต่นักลงทุนยังคงมีความเสี่ยงจากดัชนีอ้างอิง Nasdaq 100 โดยทั่วไปจะไม่แนะนำให้ถือทดแทนสัดส่วนของตราสารหนี้

ข้อมูลกองทุนเพิ่มเติม

  1. ข้อมูลกองทุน https://www.finnomena.com/fund/ES-NDQPIN-A
  2. หนังสือชี้ชวนกองทุน https://www.eastspring.co.th/funds/mutual-funds/funddetails?fundcode=NPU

ชัชฎา สิงห์ชูวงศ์ (ข้าวปุ้น) นักวางแผนการเงิน CFP®TH160000018 Investment Planner License : 054123

*** บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปข้อมูลจากเอกสารเปิดเผยข้อมูลของกองทุน ES-NDQPIN-A (Factsheet ณ 30 มิ.ย. 2569 และเอกสารสัมมนา Eastspring "Key Insight" 12 มี.ค. 2568 และ "Navigating Global Disruption" 14 พ.ค. 2569) เพื่อประกอบการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุน โดยวิเคราะห์จากเอกสารกองทุนนี้เท่านั้น ไม่มีการนำไปเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น ข้อมูลบางส่วน (เช่น Top 10 Holdings และ Sector Weighting) มาจากเอกสารสัมมนาซึ่งอาจมีวันที่ข้อมูลไม่ตรงกับ Factsheet ตัวเลขและสัดส่วนการลงทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนฉบับเต็มและข้อมูลล่าสุดจาก www.eastspring.co.th ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต