สิ่งที่น่าสนใจในช่วงเดือนที่ผ่านมา

เดือนนี้เราเห็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับขึ้นเกือบทั่วโลก US เป็นหลัก และรวมถึงไทยเราด้วยเช่นกัน เวลา Yield ขึ้น ราคาตราสารหนี้จะลดลง โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะยาว

สิ่งที่น่าสนใจคือ Term Premium ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง Term Premium คือผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนเรียกร้อง เพื่อแลกกับการถือพันธบัตรระยะยาวขึ้น

ส่วนต่างระหว่าง Term Premium ของพันธบัตร 10 ปีกับ 1 ปีกำลังถ่างออก สะท้อนว่าตลาดมองความไม่แน่นอนในพันธบัตรสหรัฐฯ ลากยาวต่อเนื่อง ในเรื่อง ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ การออกพันธบัตรมากขึ้นของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อใช้จ่ายขาดดุลที่ขยายตัว

ส่วนตลาดคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed (CME FedWatch ณ 2 ต.ค. 2026) ก่อนสงครามอิหร่าน (24 ก.พ. 2026) ตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะอยู่ราว 3.0% ในปลายปี 2027 ตอนนี้กลับมองว่าจะอยู่ราว 4.8%

แปลว่าโอกาส "ขึ้นดอกเบี้ย" ดูมากกว่า "ลดดอกเบี้ย" ไปแล้ว

messageImage_1791793038907

===============

สรุปผลงาน พอร์ต All Weather Strategies

ทบทวนหลักการจัดพอร์ต 6 แกนหลักของการลงทุนของพอร์ตนี้

  1. ลงทุนในหุ้น ระยะยาวหุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงหากเทียบกับ ทองคำ หรือ ตราสารหนี้
  2. ควบคุมความเสี่ยง กระจายสินทรัพย์
  3. ลงทุนอย่างมีวินัย
  4. อยู่ในการลงทุน (ไม่ล้างพอร์ตเข้าเงินสดทั้งหมดระหว่างทาง)
  5. มีวินัยกับปรัชญาการลงทุน
  6. ศึกษาเรื่องใหม่ๆ และ เรียนรู้จากความถูกต้อง และ ความผิดพลาด

========

หลักการลงทุน F V M R พัฒนาโดย A. Stotz Investment Research มีหัวใจการลงทุนหลักคือ

F - Fundamental

V - Valuation

M - Momentum

R - Risk

ปัจจุบันมีผู้ลงทุนตามกลยุทธ์มากกว่า 13,000 คน และมีเงินลงทุนรวมกว่า 15,900 ล้านบาท

มีกลยุทธ์ให้ลงทุน 3 ตัว

  1. เสี่ยงต่ำ - All Weather Inflation Guard (AWIG) ปัจจุบันถือหุ้น 30%
  2. เสี่ยงกลาง - All Weather Strategy (AWS) ปัจจุบันถือหุ้น 65%
  3. เสี่ยงสูง - All Weather Alpha Focus (AWAF) - ปัจจุบันถือหุ้น 67%

========

ผลงานพอร์ตตั้งแต่ปรับพอร์ตล่าสุด (7 - 30 กันยายน 2026)

  1. เสี่ยงต่ำ - All Weather Inflation Guard (AWIG) ปรับตัว +0.3% (Benchmark พอร์ตหุ้น 40% ตราสารหนี้ 60% ปรับตัว -2.4%)
  2. เสี่ยงกลาง - All Weather Strategy (AWS) ปรับตัว -0.9% (Benchmark พอร์ตหุ้น 60% ตราสารหนี้ 40% ปรับตัว -2.3%)
  3. เสี่ยงสูง - All Weather Alpha Focus (AWAF) ปรับตัว -2.1% (Benchmark พอร์ตหุ้น 60% ตราสารหนี้ 40% ปรับตัว -2.3%)

สินทรัพย์ที่ทำได้ดี และ ไม่ดี ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

สินทรัพย์ที่ทำได้ดี

  1. กองทุนตราสารหนี้โลก (TLA-GFIX) +1.6% จากการถือตราสารหนี้ระยะสั้นและได้ประโยชน์จากเงินดอลลาร์
  2. กองทุนหุ้นโลก (TLA-GEQ) +0.5%
  3. หุ้นเทคโนโลยีโลก (World Info. Tech.) +0.4% และหุ้นญี่ปุ่น +0.2%

สินทรัพย์ที่ทำได้ไม่ดี

  1. ทองคำ -6.8%
  2. สินค้าโภคภัณฑ์ -2.4% (AWS ถือ 25% จึงฉุดผลงานพอร์ตเสี่ยงกลาง)
  3. กลุ่ม Defensive ใน AWAF : Healthcare -4.6% และ Infrastructure -4.1%

ผลงานตั้งแต่เริ่มต้นกลยุทธ์ (Since Inception) (ข้อมูลถึงวันที่ 30 Sep 2026)

  1. เสี่ยงต่ำ - AWIG (เริ่ม ก.ค. 2022) ปรับ +26.7% สูงกว่า 40/60 อยู่ +15.8% และผันผวนน้อยกว่า
  2. เสี่ยงกลาง - AWS (เริ่ม ก.พ. 2019) ปรับ +106.5% สูงกว่า 60/40 อยู่ +58.1%
  3. เสี่ยงสูง - AWAF (เริ่ม ต.ค. 2021) ปรับ +42.1% สูงกว่า 60/40 อยู่ +30.6% และสูงกว่าหุ้นโลก +7.1% โดยมี Drawdown ต่ำกว่า

*ตัวเลขผลตอบแทน แหล่งที่มี A. Stotz Investment Research, LSEG : 60/40 คือสัดส่วนหุ้น 60% (MSCI AC World และ KKP PGE-H) และตราสารหนี้ 40% (KT-BOND, ก่อนวันที่ 7 มีนาคม 2025 ใช้ SCBGLOB) ส่วน 40/60 คือหุ้น 40% (KKP PGE-H) และตราสารหนี้ 60% ผลตอบแทนของดัชนีเทียบเคียง (benchmark) และกลยุทธ์ต่างๆ คำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุน ซึ่งเป็นมูลค่าหลังหักค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการแล้ว แต่ยังไม่ได้หักค่าธรรมเนียมการซื้อขาย เช่น ค่าธรรมเนียมขาย (front-end fee)

========

กองทุน TLA-GEQ และ TLA-GFIX ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตอย่างไร

TLA-GEQ เป็นกองทุนหุ้นโลกแบบ Active Strategy เริ่มเข้ามาในพอร์ตตั้งแต่ ธ.ค. 2025 ส่วน TLA-GFIX เป็นกองตราสารหนี้โลกเริ่มใช้ตั้งแต่ มิ.ย. 2026 ลองเทียบว่า ถ้าเราใช้กองหุ้นโลกแบบ Passive (KKP PGE-H) และกองตราสารหนี้เดิม (KT-BOND) แทน ผลจะต่างกันแค่ไหน

ตั้งแต่ ธ.ค. 2025 สำหรับกอง TLA-GEQ และ มิ.ย. 2026 สำหรับกอง TLA-GFIX ผลงานพอร์ต ใช้กองใหม่ vs กองเดิม

  1. เสี่ยงต่ำ - AWIG : ผลตอบแทนสะสมเพิ่มขึ้น 6.3% Sharpe Ratio* ดีขึ้นเป็น 1.60 จาก 0.30
  2. เสี่ยงกลาง - AWS : ผลตอบแทนสะสมเพิ่มขึ้น 3.0% Sharpe Ratio* ดีขึ้นเป็น 1.66 จาก 1.43
  3. เสี่ยงสูง - AWAF : ผลตอบแทนสะสมเพิ่มขึ้น 5.2% Sharpe Ratio* ดีขึ้นเป็น 1.24 จาก 0.88

*Sharpe Ratio = ผลตอบแทนต่อปี หารด้วยความผันผวนต่อปี ยิ่งสูงยิ่งดี

AWS ได้ประโยชน์น้อยสุด เพราะถือหุ้นโลกแค่ 15% และตราสารหนี้แค่ 5% ในขณะที่ AWIG ได้ประโยชน์จากกอง ตราสารหนี้ TLA-GFIX และ AWAF ได้ประโยชน์จาก TLA-GEQ เป็นหลัก

เทียบผลการดำเนินงานของพอร์ต 3 ระดับความเสี่ยงภายหลังเปลี่ยนมาใช้ กองทุน TLA-GEQ และ TLA-GFIX กับกองทุนเดิม โดยเรียงตามระดับความเสี่ยง

messageImage_1791793833570

========

อัปเดตกองทุนหุ้นโลก TLA-GEQ

ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน TLA-GEQ ปรับตัว +28.4% ดัชนีหุ้นโลกปรับตัว 20.7% ที่มาของผลตอบแทนส่วนเกินของกอง (Alpha Tilt)

  1. Global Tech +7.4% : กลุ่มไอทียังเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรของ S&P 500 คาดการณ์กำไรปี 2026 ของกลุ่ม IT โต 57% เทียบกับ S&P 500 ทั้งตลาดที่ 34% และคาดว่าบริษัทเทคจะลงทุนสร้าง Data Center สูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์
  2. Brazil +6.7% : พุ่งแรงช่วงเลือกตั้ง มูลค่าถือว่าไม่แพง มี Forward PE ราว 7.9 เท่า เทียบกับตลาดเกิดใหม่ 9.9 เท่า) และได้ประโยชน์จากราคาถั่วเหลืองที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 (ราว 16%)
  3. Poland +3.8% : ยังอยู่ในขาขึ้นแข็งแรง ปันผล 3.5% เทียบตลาดเกิดใหม่ 2.3%
  4. Korea +3.3% : กลับมามี Momentum อีกครั้ง ส่งออก Semiconductor 8 เดือนแรกปี 2026 โต 154% และ SK Hynix + Samsung ครองตลาด High Bandwidth Memory รวมกัน 83%

========

อัปเดตกองทุนตราสารหนี้โลก TLA-GFIX

ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน TLA-GFIX ปรับตัว +2.1% สูงกว่าดัชนีตราสารหนี้โลกอยู่ +1.7% เดือนกันยายน 2026 ปรับตัว +1.02% ขณะที่ดัชนีตราสารหนี้โลก (BNDW) -0.75% กองทุนทำผลงานชนะดัชนี +1.77%

กลยุทธ์ของกองนี้ปัจจุบันยังคงถือตราสารหนี้ ระยะสั้น

อีกเรื่องที่ช่วยคือ เงินบาทอ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์ ทำให้กองทุนที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินอย่าง TLA-GFIX และ TLA-GEQ ได้ประโยชน์

========

Appendix

ตลาดเดือนนี้ไม่ได้ง่าย ทั้งดอกเบี้ยขาขึ้น เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯที่รออยู่ และสงครามอิหร่าน แต่ว่า

ในโลกการลงทุน ความเสี่ยงมีอยู่ตลอดเวลา หัวใจของการลงทุนคือ ลงทุนผ่านความเสี่ยงไปให้ได้

เราไม่ได้ลงทุนเพื่อชนะทุกเดือน แต่ลงทุนเพื่อเป้าหมาย 5 ปี 10 ปี หรือ 30 ปี ขึ้นไปค่ะ

ข้อมูลฉบับเต็มจาก Live : Finnomena,

Oct 8, 2026 LIVE The Hidden Alpha : All Weather Strategies September 2026 กับ Andrew Stotz

https://www.youtube.com/watch?v=5NqP1FeUrtU

Presentation Slides : https://astotz.com/wp-content/uploads/2026/10/20261008_LIVE-All-Weather-Strategies-September-2026-handout.pdf

สำหรับใครที่อยากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพอร์ต All Weather Strategies เพิ่มเติม สามารถดูได้ที่

https://youtu.be/IxC4VwiPy-k?si=aAtuX1srLQ-PN_x1

*ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลของพอร์ตและสินทรัพย์ก่อนลงทุน **โพสนี้ไม่ใช่การเสนอแนะหรือคำแนะนำด้านการลงทุน ก่อนลงทุนผู้ลงทุนโปรดวางแผนการเงินการลงทุนและประเมินความเสี่ยงที่รับได้ก่อนการลงทุนเสมอ

ชัชฎา สิงห์ชูวงศ์ (ข้าวปุ้น) นักวางแผนการเงิน CFP®TH160000018 Investment Planner License : 054123