สวัสดีครับทุกคน แอดทอยจาก DataRockie วันนี้มาเปิดตัวบ้านหลังใหม่สำหรับเพื่อนๆที่รักการอ่าน รักการเขียน Midgard | A Place to Think, Write, and Share on 🌏
Midgard เกิดมาจาก pain point ส่วนตัวของแอดล้วนๆ
แอดอยากได้ editor ที่เขียนสนุก ใช้งานง่าย มีฟีเจอร์แบบที่แอดอยากใช้ ไม่ขาด ไม่เกิน ผสมผสานระหว่าง WordPress, Medium และ Obsidian (เร็วๆนี้)
Writing is Thinking on Paper - William Zinsser
แอดเริ่มพัฒนา Midgard วันพฤหัสที่ 19 มีนาคม 2026 ใช้เวลาทำสี่วันด้วย Gemini CLI + Claude + Droid เสร็จวันที่ 22 มีนาคม 2026 พลังแห่ง Vibe Code ⚡
ขยี้ตาสามที โคตรเหลือเชื่อ สี่วันได้หนึ่งแอป จริงๆสองสัปดาห์ที่ผ่านมาแอดเขียนไป 10+ แอป เกือบเป็นลม น้อยน้อยแต่นอนนะ ยั๊งงง 555+
Core Features
แอดเริ่มเขียน Blog ตั้งแต่ปี 2017 เว็บ datarockie.com อยู่บน WordPress มาตลอดสิบปี แต่ทุกวันนี้แอดยังใช้ฟีเจอร์ของ WordPress ไม่ครบเลย เยอะเกิ๊น พ๊อออ 555+
หลักๆที่แอดใช้มีแค่ Page, Post, Stats และหน้า Theme Customization ปรับแต่งหน้าตาเว็บไซต์ง่ายๆ ใช้แค่ 10-15% ของฟีเจอร์ที่ WordPress มีบนแพล็ตฟอร์ม
หรืออธิบายสั้นๆ แอดคิดว่า WordPress Overkill เกินไปสำหรับนักเขียนที่อยากโฟกัสแค่การเขียนอย่างเดียว เหมือนเราอยากได้หนึ่ง แต่ WordPress จัดให้สิบ พ๊อออ
ส่วนฟีเจอร์สำคัญสำหรับนักเขียน เช่น การติด JSON-LD เพื่อให้บทความเรามีพลัง SEO ดีขึ้น การแสดงผลงานของเราเป็น Graph เหมือน Obsidian (Second Brain) .. Native WordPress ทำไม่ได้เลย ต้องติด Plugin หรือเขียนโค้ดใส่
WordPress ให้สิ่งที่นักเขียนไม่ได้ใช้ แต่สิ่งที่เราอยากได้ เค้ากลับไม่มีให้ใช้ง่ายๆ
⚡ Midgard ต้องเข้าแล้วจังหวะนี้ ยั๊งงง 555+

เว็บสำหรับนักเขียนที่อยากจะโฟกัสเรื่องการเขียน ผลิตผลงานคุณภาพ แล้วปล่อยให้ Midgard ดูแลที่เหลือเอง เช่น ดึงรูปปกโพสต์เป็น og-image ไปแสดงผลบนโซเชียล
หรือติด JSON-LD Schema ให้ทุกบทความแบบอัตโนมัติ มีฟีเจอร์ AI พื้นฐานช่วยเช็คคะแนน SEO ของบทความ (Llama + Mistral) .. หรือระบบ Gamification ที่ช่วยให้การเขียนสนุกขึ้น ต่อยอดไปที่คอมมูนิตี้ในอนาคต
และที่สำคัญที่สุดคือเริ่มต้นใช้งานฟรี แบบไม่มีโฆษณาคั่น
Midgard คือ Anti-WordPress อย่างสมบูรณ์ 555+
- เขียนสนุกเหมือน WordPress
- มีฟีเจอร์ Community/ Social Media เหมือน Medium
- สร้างกราฟของโน้ตได้แบบ Obsidian โหดมาก (Soon)
- มีหน้า Dashboard ว่าเราเขียนติดต่อกันกี่วันแล้วเหมือน GitHub
- ระบบ Gamification รับ Badge พิเศษ ถ้าเขียนบทความครบตามที่ระบบโค้ดไว้
- แถมระบบ AI ช่วยปรับปรุงงานเขียน และประเมินคะแนน SEO ให้เราเลยใน editor แอดต่อ Llama3 กับ Mistral มาใช้ใน editor เรียบร้อยแล้ว เย้
- ประสบการณ์อ่านแบบ World Class อ่านบทความไหลลื่นแบบไม่มีโฆษณาคั่น (Ad-Free) ไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อปลดล็อคการอ่าน (No Content Locked)
แอดคัดมาเฉพาะฟีเจอร์ที่แอดอยากใช้เอง มารวมกันใน Midgard หมดแล้ว เย้
Midgard คือเว็บสำหรับนักเขียน (Serious Writers) ที่อยากโฟกัสแค่การเขียนอย่างจริงจัง สร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องเปลือง bandwidth สมองไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น
Note ถ้านักเขียนอยากจะ Monetize Contents เดี๋ยวแอดจะมีบทความมาสอนเรื่องนี้ด้วย เขียนแบบ One Person Business รอติดตามได้บน Midgard เลยคร้าบทุกคน
Our Goal

เป้าหมายสูงสุดของ Midgard ไม่ใช่แค่การสร้าง editor หนึ่งอัน แอดตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้ของนักเขียน และนักอ่าน จุดยืนของ Midgard คือโซเชียลมีเดียสำหรับนักเขียน / นักอ่านอย่างจริงจัง i.e A new social media for serious writers
แอดว่าคนสมัยนี้ อ่านและเขียนน้อยลงมากกก แบบ ก. ล้านตัว
Midgard คือฐานที่มั่นสุดท้ายเพื่อให้มนุษย์ที่ยังเชื่อมั่นใน Meta Skills เหล่านี้ได้มาเจอกัน บทความที่เขียนโดยมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ด้วยกันได้อ่าน
ตัวอักษรบน Midgard อาจจะไม่เพอร์เฟ็ค แต่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่เริ่มหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆในโลกแห่ง AI Slop ณ เวลานี้ หัวจะปวด ยั๊งงง 555+
The Death of Internet ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ส่วนตัวแอดคิดว่าปรากฏการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นแล้ว อินเทอร์เน็ตอาจจะไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์สามารถอยู่ได้อีกต่อไป
ต่อไป 99% ของเนื้อหาคอนเทนต์บนพื้นที่สาธารณะอาจจะถูกเขียนโดย AI หมดเลย ไถฟีด Facebook เห็นแต่ AI generated contents เกิดใหม่แบบรัวๆ
แอดโคตรเบื่อ Social Media ที่มีในโลกตอนนี้ .. ถ้าไม่มีที่เราอยากใช้ งั้นเราก็สร้างมันขึ้นมาเองเลย แฮร่ Midgard เกิดมาจาก pain point ของแอดล้วนๆ 555+
Design Principles
ตัวแอดไม่ได้เรียนด้าน Design มาเท่าไหร่ ตอนสร้าง Midgard เลยยึดหลักแบบเรียบง่าย สไตล์ Minimalist สีไม่ต้องเยอะ UI แบบ Zen + Calm สไตล์ญี่ปุ่น เย้
- สวย เรียบง่าย แต่ทรงพลัง
- ใช้แค่สองสีคือขาว ดำ (แต่ไม่ดำสนิท)
- เร็ว แรง รันบน Cloudflare Edge เข้าได้จากทุกที่ทั่วโลก
- Font หลักที่ใช้ใน editor คือ "Google Sans" เขียนได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- นักเขียนคือเจ้าของ Data บทความทั้งหมดที่นักเขียนเขียนบน Midgard สามารถดาวน์โหลดออกไปใช้ต่อได้ง่ายๆ ในรูปแบบ CSV, JSON หรือ .MD
ส่วนรูปทั้งหมดที่แอดใช้ในบทความนี้ แอดสร้างด้วย Midjourney หมดเลย ของโคตรดีย์ เสียเงินเดือนละ $24 USD คุ้มแล้ว 555+ แอดรัก Midjourney
Core Pages

Midgard มีทั้งหมด 5 หน้าหลัก ไม่ใช่ 30+ หน้าแบบ WordPress เย้ย 🤣
Log inสำหรับเข้าสู่ระบบEarthหน้า portal สำหรับดูค่าสถิติ สร้างโพสต์ใหม่Editorหน้าที่เราใช้เขียนบทความ ฟีเจอร์จัดเต็มมPostหน้า published posts ของเราBlogหน้า blog profile ของ users แต่ละคน
สำหรับเพื่อนๆที่อยากสมัครใช้งาน Midgard ตอนสมัครครั้งแรกใช้โค้ด EARTH เพื่อเริ่มต้นเขียนบทความได้เลยนะครับ Midgard ใช้ระบบล็อกอินแบบ Magic Link
หลังจากกดคอนเฟิร์ม ระบบจะส่งรายละเอียดไปให้ทางอีเมล กดล็อกอินผ่านทางอีเมลได้เลย Magic Link ปลอดภัย หายห่วง แอดจ่ายเงินซื้อ Resend API มาใช้ด้วย
ตอนตั้งชื่อ username แอดตั้งกฎว่าจำนวนตัวอักษรอยู่ระหว่าง 6-10 ตัวอักษร ผสมระหว่างตัวเลขและตัวอักษรได้ เช่น kasidistoy หรือ toy1234 เป็นต้น
What is Markdown

Markdown คือภาษาสำหรับใช้มาร์กเพื่อสไตล์คอนเทนต์บนหน้าเพจนั้นๆ Lightweight เบาหวิว สามารถนำไปใช้ได้บนหลายแพล็ตฟอร์ม ตัวอย่างเช่น h1, h2, h3, list เป็นต้น
Syntax ที่เราเขียนกันบ่อยๆ ใช้ทุกบทความคือ
#สำหรับ h1 หรือ##สำหรับ h2*สำหรับ list, bullet point**สำหรับตัวหนา bold font>สำหรับ blockquotecodeใช้ backtick สำหรับ inline code[link](url)สำหรับเพิ่มลิงก์ในบทความสำหรับเพิ่มรูปภาพสวยๆ
หรือใช้ backtick ติดกันสามตัวเพื่อสร้าง code block แอดใช้ highlight.js เพื่อเปลี่ยนสีโค้ด มี syntax highlight (สีเดียวกับ GitHub Code เลย)
ตัวอย่างภาษา SQL บทความ data ต้องมาแล้ว เดี๋ยวๆ 555+
SELECT * FROM customers
WHERE country = 'Thailand';
Fast Typing + Keyboard Shortcuts
Midgard มาพร้อมกับ Keyboard Shortcuts 7 ตัว ช่วยเพิ่ม Productivity 38x แอดมั่วเลขมา เย้ย 555+
CTRL+Sเซฟดราฟต์CTRL+Pพรีวิวบทความที่เราเขียนCTRL+BทำตัวหนาCTRL+Eเพิ่ม EmojiCTRL+Iเพิ่มรูปภาพในบทความCTRL+Mย้อนกลับไปหน้าEarthPortalCTRL+/เปิดโหมด Zen คลีนๆ เขียนงานสบายตา
Midgard มีปุ่มให้เราเล่นไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป เทียบกับ WordPress มี 30+ Shortcuts จะเป็นลม แอดจำคีย์ของ WP ไม่เคยได้เลย ต้องเปิดคู่มือตลอด 555+
ยุคนี้ต้อง Less is More มีเท่าที่เราจำเป็นต้องใช้ ก็เพียงพอแล้ว

และอีกหนึ่งฟีเจอร์โคตรสำคัญของ Midgard คือ / Slash Command เพื่อใช้สร้างลิงก์ทำ Internal Linking ค้นหาและเชื่อมโยงบทความที่เราเขียนได้แบบสบายๆ
แอดอยากได้ฟีเจอร์นี้มานานแล้ว ทำไมมันเท่อย่างงี้ 555+ อันนี้จะต่อยอดไปที่การสร้างกราฟ ฟีเจอร์ถัดไปของ Midgard ด้วย แรงบันดาลใจจาก Obsidian ของโคตรดีย์
รอใช้งานฟีเจอร์ Force-Graph บน Midgard ได้เลยคร้าบทุกคน เร็ว แรง มีความ Second Brain เฉียบ
Constraints are Beautiful
ส่วนตัวแอดเชื่อเรื่องข้อจำกัดในการใช้ชีวิตมากๆ ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ก็ต้องใช้ชีวิตแบบมีข้อจำกัด Seneca นักปรัชญาเสาหลักแห่งสโตอิก (Thomas Aquinas พูดเรื่องนี้ได้ดีมาก)
Freedom is the power to act or not to act, and so to perform deliberate acts of one's own
และนี้คือ Constraints ที่แอดบังคับใช้บน Midgard ในช่วง Beta Access
Publishedตีพิมพ์ได้ 30 บทความDraftสร้างดราฟต์ได้มากสุด 3 บทความImageอัปโหลดรูปภาพได้ 2 ภาพต่อบทความ แต่ละรูปขนาดไม่เกิน 500 kBTypeรูปภาพรองรับแค่ PNG, JPG และ WEBP
แต่ถ้าเราไม่ได้อัปโหลดรูปขึ้นบน Midgard แต่ดึงรูปจากที่อื่นมาใช้ เขียนด้วย syntax  แบบนี้ใช้ได้ ไม่นับโควต้าสองรูปต่อโพสต์
แอดเก็บรูปทั้งหมดอยู่บน R2 Bucket ของ Cloudflare เลยต้องประหยัดที่หน่อย แงงง
อนาคตแอดคิดว่าจะปรับ quota พวกนี้เพิ่ม เดี๋ยวรอดู feedbacks จาก early users ก่อน เพื่อนๆมีคำแนะนำ หรือฟีดแบ็กอะไร บอกแอดด้วยนะคร้าบ กราบบบ
Infrastructure

Midgard deployed อยู่บน Cloudflare 100% แอดใช้ Workers, D1 database, R2 bucket หลักๆมีสามตัว แถม Workers AI สำหรับสร้างเอไอใน editor
ข้อดีของ Workers คือสร้างได้ทั้ง Frontend + Backend เลย
แต่โค้ดอาจจะยุ่งยากหน่อยๆ แอดกำลังลองดู Cloudflare Pages $20 USD ต่อเดือน ในอนาคตอาจจะลองเปลี่ยนมาใช้ Pages + Workers คู่กัน ใช้เงินแก้ปัญหา มุแง้ 555+
กำลังประเมินว่า ถ้าจะรัน service นี้ต่อไปเรื่อยๆ ต้องใช้ effort และมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนขนาดไหน ถ้า users ขยันเขียนเยอะ อัปโหลดไฟล์เยอะ กดใช้ AI เยอะๆ ต้นทุนอาจจะปูดได้ แหะๆ เดี๋ยวรอดูสัก 2-3 เดือนแรกก่อน
ตอนนี้แอดจ่ายแค่ Workers + AI + Domain สามอย่าง ส่วนต้นทุนที่แพงที่สุดในการสร้าง Midgard คือ "เวลานอน" ของแอดเอง บ้าเอ้ย 555+ (หมดไป 40-50 ชั่วโมงแล้ว)
ตอนนี้ค่าใช้จ่ายหลักๆในการสร้าง Midgard 95% เป็นค่า AI ที่แอดใช้ ทั้ง Gemini CLI + Claude Max + Droid แอดใช้ Agents หลายตัวช่วยออกแบบ แก้บั๊กบนระบบ
ถ้าต้องดูแลแพล็ตฟอร์มนี้ไปเรื่อยๆ ต้องจ่ายรวมกันปีละหลายหมื่นเหมือนกัน เพิ่งคิดได้ตอนเขียนบทความนี้ 555+ รวม AI สามตัวเมื่อกี้ เดือนละ 5,000 บาท แงๆๆ
Roadmap Y2026
ฟีเจอร์ที่แอดอยากทำเพิ่มในปี 2026 หลักๆมีสี่ตัว เรามอบอำนาจคืนให้กับนักเขียน สามารถ Export Content ไปใช้ต่อได้ และการสร้างคอมมูนิตี้บน Midgard
- เพิ่มฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง Export Posts
- เพิ่มหน้า Feed สำหรับรวมคอนเทนต์บน Platform
- เพิ่มฟีเจอร์ Comment อันนี้อาจจะยากหน่อย ต้องดูว่าทำกี่เลเยอร์ วางโครงสร้างข้อมูลยังไง Nested Comment หรือ Single Comment ไหลลงไปเรื่อยๆ
- เพิ่มฟีเจอร์ Graph เพื่อแสดงผล Networks ของบทความที่เราเขียน ใช้ Library ชื่อ
Force-Graphทำได้แบบ 2D และ 3D เลย โหดมาก ขนลู๊กกก
ถ้าทำ Force Graph เสร็จ ทุกคนจะสามารถเข้าไปดูกราฟของตัวเองได้ที่ URL: https://midgardisnotaplace.com/username/yggdrasil ตั้งชื่อ path นี้ว่า Yggdrasil ต้นไม้แห่งความรู้ ตำนานของชาวเหนือ Norse Mythodology เท่เลย
จริงๆยังไม่ค่อยแน่ใจเรื่อง Content Feed เท่าไหร่ ถ้าสร้างมันขึ้นมาจริงๆ ต้องมีระบบ Content Moderation ไว้ฟิลเตอร์โพสต์อีก อาจจะจัดการยากหน่อย แหะๆ
Super Feature

อันนี้คือสิ่งที่แอดอยากทำมากกก ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ กำลังศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือการเปลี่ยนข้อมูลบนเว็บทั้งหมดเป็น search engine เพื่อให้ users สามารถเขียนคำถามด้วยภาษาธรรมชาติ ถามคำถามกับ Midgard ได้เลย
จริงๆในทางเทคนิค แอดเจอวิธีที่จะทำสิ่งนี้ได้แล้ว เปลี่ยน Texts บนเว็บนี้เป็น Vector Database (Vectorization) ภาษาบ้านๆคือเปลี่ยนข้อความเป็นตัวเลข
แล้วสร้างหน้า Search เพื่อให้ Users สามารถถามคำถาม เช่น "One Person Business ต้องเริ่มต้นยังไง" กับเว็บไซต์ของเราได้เลย ฟีเจอร์นี้แอดตั้งใจทำแยกเป็นราย User แปลว่าทุกคนจะมีหน้า Search Portal เป็นของตัวเอง คุยกับเว็บตัวเองได้เลย
การเขียนบน Midgard ไม่ใช่แค่การสร้าง Blog แต่คือการสร้าง Second Brain อย่างแท้จริง ทุกตัวอักษรบน Midgard คือ Input ที่จะส่งเข้าไปใน Vector
ยิ่งเราเขียนเยอะเท่าไหร่ สร้างสรรค์งานเขียนที่มีคุณภาพมากขึ้นเท่าไหร่
อยากทำฟีเจอร์นี้ให้เสร็จภายในปีนี้เลย (2026) เป็นกำลังใจให้แอดด้วยนะคร้าบทุกคน
Note ส่วนไอเดีย Vector + AI นี้แอดเอามาจากไหน? แอดบอกเลยว่า "ลอก" เอ้ยยย ได้แรงบันดาลใจมาจาก Notion ยั๊งงง 555+
Welcome to Midgard

"เพราะการเขียนคือการได้คิดบนกระดาษ" ประโยคคลาสสิกของ อ. William Zinsser
Midgard เปิดให้ทดลองใช้งานแล้ววันนี้ (Beta Access) สมัครง่าย เขียนคล่อง ไปที่หน้า Log In ใช้รหัส EARTH เพื่อเริ่มต้นเขียนบทความได้ทันที
แอดรอเจอเพื่อนๆนักเขียนทุกคนบน Midgard นะครับ มาสร้างคอมมูคุณภาพ เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยกันคร้าบทุกคน แค่ได้เขียนโพสต์นี้ แอดก็รู้สึกสนุกแล้ว ไฟลู๊กกก
How to Use Midgard like PRO
นอกจากการมี Blog ส่วนตัว แอดคิดว่า Use Case สำคัญสุดของ Midgard คือ Content Database/ Backlog ที่เราเขียนเก็บไว้ สามารถค้นหา ทบทวนได้เสมอ
Midgard คือ Second Brain ไม่ต่างอะไรกับ Notion แต่เกิดมาเพื่อนักเขียนโดยเฉพาะ
อยากให้ทุกคนมอง Midgard เป็นระบบที่เราใช้ Backup เนื้อหาที่เราโพสต์บน Facebook หรือ Social Media เจ้าอื่นๆก็ได้ เดี๋ยวแอดจะอัปเกรดฟีเจอร์ Search ให้เราค้นหาคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้นด้วย (Index + Vectorize + AI)
Editor, Community, Second Brain เกิดมาเพื่อนักเขียน ครบจบในที่เดียว
PS. เดี๋ยวโพสต์ต่อๆไป แอดมาเล่าเรื่องการพัฒนาแอปนี้ให้อ่านกันนะคร้าบ ขอบคุณเพื่อนๆนักเขียนทุกคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Midgard Community นะครับ เลิฟ 🌏

Comments