ถ้าวันนี้แอดมีการลงทุนหนึ่งมาเสนอทุกคน เป็นการลงทุนระยะยาว รายละเอียดตามนี้

เงินลงทุน 100 บาท ได้คืน 40 บาท อารมณ์แบบขาดทุน 60% ไปเรื่อยๆเป็นเวลาเกือบ 40 ปี คำถามคือ "ทุกคนอยากจะลงทุนในแผนนี้ไหม"

ใครตอบ "อยาก" ก็บ้าแล้ว ยั๊งงงง 555+

แต่คนส่วนใหญ่ในโลกดันเลือกลงทุนกับแผนนี้เฉยเลย .. แอดก็เป็นหนึ่งคนที่เคยลงทุนในแผนนี้มาก่อน ลงมาเกือบสิบปี แต่ตัดสินใจบอกยกเลิกแผนนี้ในปี 2020

"งานประจำ" ไอ้ชิบหาย แม่งเอ้ย พูดแล้วขึ้น 🤣 555+

งานประจำคือการลงทุนที่ทำเราขาดทุน 60% ทุกสัปดาห์ จ่าย 100 ได้กลับมา 40 หรือ 5:2 เราทำงานห้าวันเพื่อแลกวันหยุดแค่สองวันต่อสัปดาห์

บทความนี้ไม่ได้จะชวนทุกคนลาออกมาเป็น One Person Business .. แต่แอดอยากเขียนเพื่อให้ทุกคนได้เห็นปัญหาของ "ระบบ" ที่กำลังกัดกินชีวิตทุกคนอยู่ ณ เวลานี้

แถมลิสต์รายชื่อหนังสือที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน เปิดโลกการสร้างธุรกิจด้วยตัวคนเดียว

Chance: You'll Never Make It

you will never make it

ตั้งแต่เด็กๆ เราถูกสอนกันมาว่าให้ "ตั้งใจเรียน หางานดีๆ ทำงานสี่สิบปี เก็บเงินไว้ใช้ตอนเกษียณ" ชีวิตก็แค่นี้ เรียบง่าย มีความสุข .. จริงดิ 555+

เราไม่เคยตั้งคำถามกับคำสอนและค่านิยมเหล่านี้เลย เรายอมรับมันเป็นความจริง ทั้งๆที่โลกมีความจริงหลายเวอร์ชัน เราเชื่อแบบไหน ชีวิตเราก็ได้แบบนั้น

Marcus Aurelius จักรพรรดินักปรัชญาสโตอิก สอนไว้ว่า

ท่านมีพลังอยู่เหนือความคิดตนเอง ไม่ใช่ปัจจัยภายนอก เมื่อเข้าใจสิ่งนี้ ท่านจะค้นพบพลังที่แท้จริง

มนุษย์ทุกคนมีเวลาจำกัด เงินในบัญชีจำกัด (ไม่ว่าคุณจะรวยแค่ไหน เงินในบัญชี ณ เวลานั้นๆก็จำกัด) แต่สิ่งที่ทุกคนมีไม่จำกัดคือ "พลังความคิด" ดั่งคำสอนของ Marcus เมื่อเข้าใจสิ่งนี้ ท่านจะค้นพบพลังที่แท้จริง แล้วเราจะใช้พลังนี้กับสิ่งใด ..

มาลองใช้พลังความคิดกับคำถามว่า งานประจำคืองานที่ดีที่สุดในปัจจุบันจริงหรือเปล่า ?

ทุกคนไม่ต้องเชื่อสิ่งที่แอดเขียนในบทความนี้ แต่จงอ่านแล้ว "คิด" ด้วยตัวเอง การเชื่อสิ่งใดแบบหลับหูหลับตาเชื่อ ไม่ใช่สิ่งที่แอดอยากให้ทุกคนเป็นเท่าไหร่

คิด คิด จงคิดเยอะๆ

สมองไม่ได้มีไว้ไถ TikTok อย่างเดียว .. ติ๊กต๊อกบอก "กูอีกแล้วหรอพี่ทอย" 🤣

ส่วนตัวแอดคิดว่างานประจำคือภาพลวงตาที่หลอกทุกคนเรื่อง "ความมั่นคง" ยุคนี้ไม่มีแล้วคำว่า งานประจำมั่นคง บริษัทพร้อมจะปลดคุณออกเมื่อไหร่ก็ได้ ขอบคุณ AI มา ณ ที่นี้

และนี่คือ 5 ปัญหาของการทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำไมงานประจำอาจจะไม่ใช่ทางรอดในโลกยุคถัดไป โลกเปลี่ยนไว แต่เงินเดือนไม่ปรับเลย แง๊ 555+

แอดเขียนอธิบายให้อ่านทีละข้อ ตรรกะแบบเน้นๆ ลุยคร้าบบบ

1. No Control

working and eating noodle at the same time

ข้อแรกคือปัญหาที่หนักหน่วงที่สุดของการเป็นพนักงานออฟฟิศ แอดเรียนรู้สิ่งนี้จากหนังสือ Millionaire Fastlane (2012) ของ MJ DeMarco

สมการความมั่งคั่งของพนักงานประจำคือ เงินเดือน + ผลตอบแทนจากการลงทุน

แล้วปัญหาอยู่ตรงไหนแอดดดด มันมีปัญหาตรงไหน ช่วยขยายความที

ปัญหาคือเราไม่สามารถควบคุมสองปัจจัยในสมการนี้ได้เลย DeMarco เรียกสิ่งนี้ว่า The Principle of Control เราปรับเงินเดือนตัวเองไม่ได้ เปลี่ยนผลตอบแทนตลาดไม่ได้

DeMarco เรียกเส้นทางการเป็นพนักงานออฟฟิศว่า "Slowlane" เราถูกขายฝันให้ตั้งใจทำงาน แบ่งเงินมาลงทุน เก็บออมไว้ใช้ตอนเกษียณ ก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก 40 ปี

ตั้งใจทำงาน ประหยัดอดออม รวยตอนไหน ยั๊งงง 555+

สมมติเราเก็บเงินได้เยอะจริงๆ เกษียณตอนอายุ 60 ปี สุขภาพเราก็ไม่เหลือแล้ว มีเงินแต่ไม่เหลือเวลา Slowlane คือชีวิตที่ทุกคนใฝ่ฝันจริงๆหรอ

แอดว่าคำตอบของทุกคนคือ "ไม่" เราไม่ได้อยากมีชีวิตแบบนี้หรอก แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครสอน หรือบอกเราว่าโลกนี้มีความจริงหรือเส้นทางอื่นให้เราเลือกเดินด้วย

อะแฮ่ม ถึงเวลาเปิดตัว Fastlane ⚡

Fastlane คือเส้นทางการเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะทำเองคนเดียวหรือทำกันเป็นบริษัท เส้นทางที่มอบอำนาจให้เราสามารถควบคุมรายได้ของตัวเองได้แบบ 100%

DeMarco อธิบายว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงเกิดจากการความสามารถในการควบคุม อำนาจในการปรับเพิ่ม (หรือลด) รายได้ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง

อธิบายง่ายๆคือ ถ้าเราอยากเพิ่มรายได้ +30% ในปีนี้ เราควรมีความรู้ ทักษะ หรือระบบที่ช่วยให้เราทำสิ่งนี้ได้เลย ทำได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องรอเจ้านายหรือบริษัทปรับเงินเดือน

ความสวยงามของ Fastlane โดยเฉพาะเส้นทาง One Person Business คือ เราเริ่มทำสิ่งนี้ได้เลยวันนี้ ไม่มีใครห้ามเราได้ ไม่มีต้นทุนอะไรต้องจ่าย Zero Cost

สิ่งเดียวที่ต้องเปลี่ยนคือ "ความคิด"

The Untold Story

toy mae in usa

บ้าแอดดดดดด ใครจะทำได้แบบนี้ เพ้อฝัน

แอดขอตอบแบบ Marcus "คิดแบบไหน ก็ได้แบบนั้น" พลังความคิดคือตัวกำหนดความเป็นไปได้ในชีวิตของพวกเราทุกคนเลย แม้แต่จักรวาลก็ถูกสร้างขึ้นจากความคิด

ยินดีต้อนรับทุกคนสู่โลกใหม่ โลกที่ไม่มีใครเคยบอกว่ามีอยู่จริง

ถ้าแอดยกตัวอย่างของตัวเอง ว่าแอดทำ One Person Business ยังไง สร้างรายได้เท่าไหร่ เดี๋ยวบทความนี้จะง่ายไป (ก็แอดทำได้แล้ว แอดก็พูดด้ายยยย 555+)

วันนี้แอดขอเล่าเรื่องเมย์บ้าง

ปีนี้เพิ่งผ่านมาสามเดือนกว่าๆ เมย์ ภรรยาแอด เป็นคุณแม่ฟูลไทม์เลี้ยงคิโนะอยู่บ้าน ทำงานเสริมเป็นนักวางแผนการเงิน CFP ในประเทศไทยมีประมาณ 500 คน

รายได้เมย์ปีนี้ ณ 16 เม.ย. 2026 คือ 1.1 ล้านบาท

ผู้หญิงที่ทำงานอาชีพคุณแม่เต็มเวลา ให้คำแนะนำเรื่องการลงทุนและแนะนำการเลือกซื้อประกัน ไม่มีบริษัทต้องเข้า ไม่มีหัวหน้าต้องรายงาน

ทุกคนอ่านไม่ผิด รายได้เข้าบัญชีเมย์ปีนี้ 1.1 ล้านบาท

แอดก็เพิ่งรู้เมื่อคืนนี้ เมย์ไม่เคยบอกเลยว่าหาเงินได้เยอะขนาดนี้ บ้าเอ้ย โหดมาก 555+

และเมย์เพิ่งลาออกจากการเป็นแอร์ มาทำงานนี้ช่วง COVID นี่ผ่านมาแค่ 6 ปีเอง สมัยก่อนถ้าเมย์จะมีรายได้หลักล้านต้องทำงานไม่ต่ำกว่า 18 เดือน บินแบบยับๆ

คำถามคือถ้าเมย์ยังทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัท เมย์จะมีเวลาอยู่บ้านกับคิโนะ 330 วันต่อปี ได้ไปงาน Conference ที่ประเทศอเมริกา และมีรายได้เพิ่มขึ้นแบบนี้ไหม?

ไม่เลย ถ้ายังบินอยู่ เดือนหนึ่งคงได้เจอคิโนะไม่กี่วัน

mae and kino v2

ชีวิตที่เมย์มีตอนนี้เกิดขึ้นตอนที่เค้าตัดสินใจ "ลาออก" ในปี 2023 หนึ่งคำสั้นๆ สองพยางค์ที่โคตรทรงพลัง และเปิดประตูสู่ชีวิตใหม่ที่เมย์ใฝ่ฝันมาตลอด

นอกเรื่อง เมย์โคตรตั้งใจอ่านหนังสือ สอบ CFP รวดเดียวผ่านหมดเลย อ่านหนังสือสอบเป็นปี ถ้าใครคิดว่าสอบ CFP ง่าย อยากให้ลองดูก่อน สักทีเนอะ 555+

ใครได้เจอแอด แอดชวนลาออกหมด ภรรยาแอดก็เช่นกัน ยั๊งงงง 555+ เมย์คือหนึ่งในตัวอย่างของ One Person Business อาจจะเดินทางคนละสายกับแอด

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเมย์พัฒนาเป็นตัวเองเวอร์ชันที่ดีขึ้นทุกวัน สร้างคุณค่า สร้างรายได้ ออกแบบชีวิตที่เค้าอยากมีได้ด้วยตัวเอง

ยิ่งเขียน ยิ่งสนุก หยุดไม่อยู่แล้ววว 555+ ขอสรุปปัญหาข้อแรกอีกรอบ พนักงานเงินเดือนไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเท่าไหร่ คุณปรับเงินเดือนตัวเองไม่ได้ และนี่คือปัญหาข้อสอง ขยี้ต่อ

2. Fixed Contract

fixed contractr

รายได้ของพนักงานประจำคือ "สัญญา" พันธะที่เรากับบริษัทตกลงกันไว้ล่วงหน้า

สัญญาที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบ แต่คุณโคตรเสียเปรียบ

สัญญาที่ทำให้คุณขาดทุน 60% ทุกสัปดาห์ ทำงานห้าวัน ได้หยุดสองวัน เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆตราบเท่าที่สัญญานั้นยังคงอยู่

Fixed Contract คือรายได้เรามันถูกกำหนด Fixed ไว้ในสัญญา จะปรับเปลี่ยนอะไรก็ยาก ภาษาอังกฤษเรียกว่า Unlimited Downside, Limited Upside แปลว่า ..

คุณอาจจะต้องทำงานเยอะมากกก ก. ล้านตัว ภายใต้สัญญาที่ให้เงินเดือนคุณเท่าเดิม และไม่การันตีว่าเงินเดือนปีหน้าของคุณจะได้ปรับเพิ่มด้วย อ้าว 555+

เผื่อใครยังไม่เห็นภาพ ถ้าเราทำงานเพิ่มขึ้นสองเท่าในปีนี้ เงินเดือนปีหน้าเราอาจจะเท่าเดิม เราควบคุมรายได้ของตัวเองไม่ได้ เจ้านาย/ บริษัทต่างหากคือคนที่กุมชะตาชีวิตเรา

ยิ่งเราเอาชีวิตไปฝากในมือคนอื่นเท่าไหร่ ชีวิตยิ่งเปราะบางมากขึ้นเท่านั้น อ่านมาขนาดนี้ ยังอยากใช้ชีวิตอยู่ในสัญญาจ้างที่เอาเปรียบคุณแบบนี้อีกหรอ พ๊ออออออ 555+

ถ้าวันนี้มีใครมาบ่นเรื่อง One Person Business และพูดถึงปัญหามากมายของการออกมาสร้างธุรกิจส่วนตัวทำงานเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง ส่วนใหญ่คนที่พูดคือ

  1. ไม่เข้าใจความแตกต่างของ Slowlane กับ Fastlane เลย
  2. รักบริษัท รักงานประจำ รักสวัสดิการ แต่บริษัทอาจจะไม่รักคุณ เดี๋ยวๆ 555+
  3. หรือเค้าเป็นเจ้าของธุรกิจ มีบริษัทและพนักงานที่เค้าจ้างมาทำงานให้เค้าอยู่

เค้าจะพยายามอธิบายให้คุณเห็นว่าการสร้างธุรกิจตัวเองมันยาก มันเหนื่อย บ้านจะกลายเป็นออฟฟิศ โอกาสสำเร็จมันน้อยเหลือเกิน บลาๆ

อยู่เป็นลูกจ้างต่อดีกว่า รับเงินเดือนต่อไป เศรษฐกิจไม่ดี กอดงานแน่นๆช่วงนี้

นั่นคือคำแนะนำของคนที่หวังดีกับคุณจริงๆใช่ไหม แอดว่าไม่ แอดว่าคนที่พูดแบบนั้นไม่เข้าใจเรื่อง OPB เลย อย่างที่แอดบอกคือเราสามารถเริ่มสร้างธุรกิจส่วนตัวได้เลยวันนี้ ไม่มีค่าแรกเข้า ไม่มีอะไรต้องจ่าย ไม่ต้องมีเงินลงทุนใดๆ สิ่งเดียวที่ต้องเปลี่ยนคือ "ความคิด"

และสิ่งที่เดียวที่แอดขอจากทุกคนคือ "ความกล้า" ที่จะหลุดออกจากกรอบความคิดเดิมๆ

DeMarco ไม่ได้เขียนเรื่องนี้ในหนังสือ แต่แอดจะบอกทุกคนเองว่าเราสามารถเดินบน Slowlane และ Fastlane ได้ในเวลาเดียวกัน เหยยยย ก็จริง 555+

ทำไมต้องเลือก ในเมื่อเราสามารถเดินบนถนนสองเส้นนี้คู่ขนานกันได้เลย .. ทำงานเป็นพนักงานประจำและเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเองได้ในเวลาเดียวกัน

ความฝัน .. เพื่อวันหนึ่งเราจะได้ย้ายออกจาก Slowlane มาอยู่บน Fastlane แบบเต็มตัว เหมือนที่แอดและเมย์ทำได้แล้ววันนี้

ถนนเส้นใหม่ที่ปลดล็อกพลังแห่งการสร้างสรรค์ สร้างคุณค่า และสร้างชีวิตที่เราต้องการ ไม่มี Fixed Contract ที่จำกัดเพดานรายได้ ยิ่งเราทำมากเท่าไหร่ รายได้ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

Stoic ต้องเข้าแล้วจังหวะนี้ ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือ "ความรู้จักพอ" แอดกับเมย์ไม่ได้อยากจะมีเงินเยอะขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เราเพียงพอกับสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน

เรารู้ว่าเมื่อไหร่ควร "หยุด" ไม่ต้องทำงานสร้างรายได้ไปมากกว่านี้

คิโนะกำลังจะเข้าโรงเรียนปีหน้า แต่แอดไม่เครียดเรื่องค่าเทอมเลย ส่วนตัวแอดคิดว่าโรงเรียนไม่สำคัญเลย อยากสอนคิโนะเองที่บ้าน กำลังต่อสู้กับเมย์อยู่ 555+

สรุปปัญหาข้อสอง Fixed Contract ของการเป็นพนักงานประจำ เงินเดือนจำกัด แต่งานเพิ่มขึ้นได้แบบไม่จำกัด และบริษัทไม่การันตีว่าจะปรับเงินเดือนให้คุณปีหน้าๆด้วย เย้

และถ้าเงินเดือนปีหน้าของคุณเท่าเดิม หรือปรับเพิ่มน้อย คุณจะเจอกับปัญหาข้อสามทันที

3. Loss of Purchasing Power

inflation is a real threat

เงินเฟ้อ มาแน้ว 555+

ส่วนตัวแอดมีมุมมองเรื่องเงินเฟ้อต่างจากสื่อกระแสหลักนิดหนึ่ง วันนี้เราจะคุยกันแบบ Mainstream ว่าเงินเฟ้อคืออะไร ทำไมเงินในบัญชีเราถึงเสื่อมค่าลงทุกวัน

อธิบายง่ายๆ เงินเฟ้อคือสภาวะที่ราคาสินค้าและบริการในตลาดปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 บาท ค่อยๆปรับราคาขึ้นเป็น 60 บาทในสิบปีข้างหน้า

สมมติวันนี้เราเป็นเด็กจบใหม่ เงินเดือน 20,000 บาท ก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 บาท

ถ้าเงินเดือนเราโตไม่ทันเงินเฟ้อ แปลว่าอำนาจการซื้อของเราจะลดลงเรื่อยๆ และเงินเฟ้อคือสิ่งที่ทำให้เงินฝากในบัญชีทุกคนเสื่อมค่าลงทุกวัน ขนลู๊กกกก 555+

ปัญหาคือเงินเดือนของคนทำงานส่วนใหญ่ปรับโตไม่ทันเงินเฟ้อ ในสัญญา Fixed Contract บริษัทไม่การันตีว่าจะปรับเงินเดือนให้ทุกคนเป็นลายลักษณ์อักษร

สิ่งใดไม่มีในสัญญา สิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ไม่มี ไม่หนี ไม่ปรับเพิ่ม เย้ 555+

ยิ่งตอนนี้สงครามทำราคาน้ำมันแพง หลายสื่อบอกว่าอาจจะลากยาวเป็นปีๆ น้ำมันคือต้นทุนค่าขนส่งของสินค้าส่วนใหญ่ ดูทรงแล้ว เงินเฟ้อมาแน่นอน

ความรู้เศรษฐศาสตร์ 101 สิ่งนี้เรียก เงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุน (Cost Push)

นายกแนะนำให้ทุกคนไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ยุคนี้ต้อง EV อะไรของพี่ 555+

อันนี้นอกเรื่อง อยากให้ทุกคนลองคิดตาม ปกติเวลาต้นทุนเพิ่ม บริษัทปรับเพิ่มราคาสินค้า แต่เวลาต้นทุนสินค้าลดลงมา ทำไมราคาสินค้าไม่ปรับลงบ้าง น่าคิดเนอะ

ราคาสินค้าแม่งขึ้นอย่างเดียวเลย ไอ้ชิบหาย 555+

แอดคิดว่าในโลกนี้มีบริษัทน้อยมาก < 1% ที่ปรับเงินเดือนพนักงานชนกับเงินเฟ้อได้แบบเห็นผล บริษัทที่ใจๆกับพนักงาน ถามว่าประเทศไทยมีบริษัทแบบนี้ไหม แอดว่ามี แต่น้อย ใครเจอบอกด้วย Resume แอดพร้อมแล้ว เดี๋ยวๆ 555+

นี่คือปัญหาข้อสามของการเป็นพนักประจำ ควบคุมรายได้ตัวเองไม่ได้ สัญญาที่การันตีว่าคุณจะต้องทำงานเยอะขึ้นเรื่อยๆ เงินเดือนปรับช้า และอำนาจการซื้อที่ลดลงทุกปี

แต่ยังไม่จบ แอดยังขยี้ต่อได้อีก ลุยกันต่อกับข้อสี่ ฟาดดดด 🤫

4. Single Point of Failure

a man paying his groceries

ถ้างานประจำคือรายได้แหล่งเดียวของเรา แล้วอยู่ดีๆงานนั้นหายไป แค่คิดก็เสียวสันหลัง ขนลู๊กกก 555+ คำถามนี้ต้องถามตัวเองเลยว่า "ถ้าวันนี้ไม่มีงานทำ ชีวิตจะเอาไงต่อ"

ปัญหานี้เรียกว่า Single Point of Failure (SPOF)

ความเสี่ยงสูงสุดของชีวิตพนักงานประจำคือการไม่มีงานทำ .. ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ทุกคนไม่ต้องอ่านบทความนี้ก็เข้าใจปัญหา รู้อยู่แล้วด้วยว่าทางออกของปัญหานี้คืออะไร?

ทางออกคือการมีรายได้มากกว่าหนึ่งทาง Slowlane + Fastlane ง่ายจนงง 555+

คำถามคืออยากมีรายได้เพิ่มขึ้น ต้องมีอะไรทุกคน ช่วยตอบให้แอดชื่นใจหน่อย

สิ่งเดียวที่ทุกคนต้องมีคือ "ทักษะ" ที่ช่วยให้เราสร้างสรรค์ ส่งมอบคุณค่าให้กับสังคม และทักษะมันเกิดขึ้นเองเฉยๆไม่ได้ i.e. Skill Issues

ทักษะเกิดจากการฝึกฝน ทักษะเกิดจากการลงมือทำ ทักษะเกิดจากการใช้เวลากับสิ่งที่มีความหมาย ตื่นเช้า อ่านหนังสือ ฝึกคิด ฝึกเขียน แบ่งปันสิ่งที่เรารู้

เมย์ใช้เวลาหนึ่งปี อ่านหนังสือ ลงเรียนคอร์สต่างๆ เพื่อสอบ CFP ผ่านในปีเดียว

แอดเรียน Coursera มาตั้งแต่ปีแรกที่ อ. Andrew Ng เปิดตัวแพล็ตฟอร์ม เรียนมา 14 ปีแล้วและจะเรียนไปเรื่อยๆ เรียนแบบต้องร้องขอชีวิตตตต

อยากเก่งขึ้นกว่านี้ ก็ต้องใช้เวลาอย่างมีความหมาย Seneca บอก "ชีวิต .. ถ้าใช้ให้ดี ไม่มีคำว่าสั้นเกินไป" แอดสักคำสอนนี้บนแขนขวา รอยสัก Stoic เต็มแขนหมดแล้ว 555+

ส่วนตัวแอดคิดว่าปัญหาใหญ่อันดันต้นๆในชีวิตคือ การเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีค่าใดๆ เช่น การไถฟีด TikTok .. ติ๊กต๊อกบอก กูอีกแล้วหรอพี่ทอย (รอบสอง) พ๊ออออ 555+

อีกหนึ่งสิ่งที่แอดตกผลึกจากการใช้ชีวิตแบบ Generalist คือ ทักษะกับโอกาสอาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน ยิ่งเราเก่งขึ้นเท่าไหร่ ประตูสู่โอกาสใหม่ๆยิ่งเปิดกว้างขึ้นเท่านั้น

Scott Adams เขียนในหนังสือ How to Fail at Almost Everything (2014) ว่าทุกทักษะที่เราเรียนรู้ ใส่เข้ามาใน Skill Stack ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จสองเท่าเสมอ

แอดเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ Scott และเสียใจมากที่แกจากพวกเราไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หนังสือ How to Fail เป็นเล่มแรกที่ทำให้แอดเริ่มเข้าใจวิถีเป็ดโปรเลย

สรุปปัญหาข้อที่สี่ SPOF ถ้างานประจำคือแหล่งรายได้เดียวของคุณ ไม่มีงาน ก็ไม่มีเงิน ชีวิตช่างเปราะบางเหลือเกิน อยากรอด ต้องค่อยๆขยับมาอยู่บน Fastlane ง่อลลล

และปัญหาข้อสุดท้าย พระเอกของบทความนี้ แอดคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ..

5. Race Against AI

ai working on a laptop

AI มาแล้ว และมันจะมาเคาะประตูหน้าบ้านคุณแน่นอน ยิ่งมันเก่งขึ้นเท่าไหร่ งานประจำของคุณยิ่งสั่นคลอนขึ้นเท่านั้น

ChatGPT, Gemini, Claude แค่สามปี ทำได้ขนาดนี้ .. ลองนึกภาพอีก 10 ปีต่อจากนี้ พวกมันจะทำได้ขนาดไหน เราอยู่ในยุคที่ AI พัฒนาเก่งขึ้นทุกวัน

แต่มนุษย์ส่วนใหญ่กลับใช้ชีวิตสวนทาง AI เฉ๊ยยยย 555+

อย่ากลัว AI เป็นเหมือนมนุษย์เลย จงกลัวมนุษย์ถอยหลังกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเครื่องจักรดีกว่า ทักษะการอ่านและเขียนของคนยุคถัดไปน่าจะลดลงสู่จุดต่ำสุดของมนุษยชาติ

ขนาด Software Engineers ที่เก่งที่สุดในโลก ณ เวลานี้บอกว่า "ผมไม่ค่อยได้เขียนโค้ดเองอีกแล้ว" นี่คือสัญญาณว่า AI คือของจริง ไม่จกตา และไม่เหมือนเทคโนโลยีที่ผ่านๆมา

Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic บอกว่าตอนนี้ทีมเค้าสร้าง Claude เวอร์ชันใหม่ ด้วยการใช้ Claude AI ช่วยเขียนโค้ดมากกว่า 50% หน้าที่ของมนุษย์เหลือแค่ให้คำสั่ง Steer AI ให้มันเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

Amodei เชื่อว่างานสำหรับเด็กจบใหม่ 50% อาจจะหายไปเลยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (2030) ดูจากความเร็วที่ AI ถูกพัฒนาในตอนนี้ แอดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ ร้องขอชีวิต 🤣

สารภาพว่าแอดยังจินตนาการไม่ออกว่ายุคสมัยของคิโนะ 30 ปีต่อจากนี้จะเหลืองานอะไรให้มนุษย์ทำอยู่บ้าง คงมีงานใหม่ๆเกิดขึ้นมา แต่นึกไม่ออกจริงๆว่างานนั้นคืออะไร

ก่อนอ่านต่อ ส่วนตัวแอดคิดว่าเราไม่ต้องกลัว AI เลย สุดท้าย AI คือซอฟต์แวร์ที่รันอยู่ในคอมพิวเตอร์หรือเซอร์เวอร์สักที่หนึ่ง (หรืออาจจะมาในรูปแบบหุ่นยนต์ Robotic)

ชีวิตจริง เราควรกลัวคนมีอำนาจที่เอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในทางที่ผิดมากกว่า ตัวอย่างเช่น เจ้าของบริษัทที่ใช้ AI มาทำงานแทนพนักงานเพื่อลดต้นทุน เพิ่มกำไร ทำงบบริษัทให้ดูดี

ถ้าเจ้าของบริษัทยังไม่รู้จักพอ งานประจำของคุณไม่น่าปลอดภัยเท่าไหร่ .. มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้จักพอซะด้วย ฟาดดดด 555+

สรุปภัยพิบัติสุดท้ายของอาชีพพนักงานประจำ คุณจะถูก AI แทนที่เมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าคุณเก่งขึ้นไม่ทัน AI เหมือนที่รายได้โตไม่ทันเงินเฟ้อ ชีวิตคุณจบแล้ว บายยย 555+

ถ้าคุณยังใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับซีรี่ส์และ TikTok .. พ๊อออออออออออ 555+

คนส่วนใหญ่รู้สึกขยัน อยากพัฒนาตัวเองตอนไหน รู้ไหมทุกคน? ตอนที่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะไม่มีงานอะไรให้เราทำอีกแล้ว อย่าทำตัวเองให้ไปอยู่ที่จุดนั้นเลย แอดขอร้อง

Your Life, Your Choice

your life your choice

และนี่คือ 5 ปัญหาใหญ่ของอาชีพพนักงานบริษัท รายได้ประจำ ภาพลวงตาของความมั่นคง (ที่ไม่มีจริงในยุคนี้) แอดเขียนสรุปอีกรอบ แบบรวบรัด

  1. No Control คุณควบคุมรายได้ตัวเองไม่ได้
  2. Fixed Contract สัญญาที่การันตีว่าคุณจะได้ทำงานมากขึ้น
  3. Loss of Purchasing Power รายได้โตไม่ทันเงินเฟ้อ
  4. Single Point of Failure ไม่มีงาน ไม่มีเงิน เศร้าแท้
  5. Race Against AI แข่งกับมนุษย์ไม่พอ แข่งกับ AI อีก เหนื่อยยยย 555+

ตื่นเช้า ไปทำงาน วนลูปสี่สิบปี ชีวิตไม่ค่อยมีทางเลือกเท่าไหร่ ..

พนักงานออฟฟิศสู้ศึกหลายด้านจัดๆ สัญญาที่ไม่แฟร์ อนาคตที่ไม่แน่นอน เงินเฟ้อ AI มาเต็ม แต่แอดมีข่าวดีมาบอก เหยยยย ช่วยบอกหน่อยแอด 555+

ถ้าอยากเพิ่มโอกาสอยู่รอดในอนาคต ทุกคนเปลี่ยนตัวเองได้เลยวันนี้สู่เส้นทางของชีวิตที่ดีกว่า เส้นทางแห่งทักษะ เส้นทางของผู้สร้าง และการเติบโตเป็นตัวเองเวอร์ชันที่ดีที่สุด

สิ่งที่ทุกคนต้องเปลี่ยนคือ "ความคิด" อยากหลุดพ้นจาก Slowlane ต้องมี "ความกล้า"

และสำคัญที่สุดคือการใช้เวลาทุกวินาทีจากนี้อย่างมีความหมาย

บางแนวคิดทำให้ชีวิตคุณย่ำอยู่กับที่ แต่แอดแม่งโคตรอยากให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ทุกคนควรมี ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อนๆ และคนที่เรารัก ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ

คำถามคือทุกคนพร้อมที่จะมาเดินบนเส้นทางนี้กับแอดมั้ย ชีวิตของเรา เลือกเองเลย ..

Required Reading

naval ravikant business philosopher

สำหรับเพื่อนๆที่อยากเริ่มศึกษาปรัชญา One Person Business แอดแนะนำสามเล่มนี้

  1. Millionaire Fastlane (2012)
  2. The Almanack of Naval Ravikant (2020)
  3. Purpose and Profit (2025)

เล่ม 2-3 ดาวน์โหลด PDF อ่านฟรีด้วย แอดรัก Naval แอดรัก Dan Koe

แถมอีกหนึ่งเล่ม เล่มที่เปิดโลกแห่งการพัฒนาตัวเอง ทำให้แอดได้เจอกับ Aristotle, Thomas Aquinas และปรัชญา Stoicism

How to Be Better at Almost Everything (2019) เล่มนี้ต้องอ่าน 100/10 ของโคตรดีย์ แอดรัก Pat Flynn อาจจะฟังดูเกินจริง โคตรเหลือเชื่อ

แต่ถ้าแอดไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ชีวิตก็มาไม่ถึงวันนี้ ขนลู๊กกกก 🙏🏻

I am Happy

แอดมีความสุขมากเลยที่ได้เขียนบทความนี้ .. ตอนเขียน แอดนั่งยิ้มตลอดเลย แบบทำไมเราเขียนดีแบบนี้ ชมตัวเองก่อน ยั๊งงง 555+ (หยอกๆ)

นั่งเขียนบทความนี้ตั้งแต่แปดโมงเช้า ใช้เวลาเกือบๆ 9 ชั่วโมง จัดว่าเด็ดดด

ส่วนตัวคิดว่า "ตรรกะ" ในบทความนี้แม่งโคตรจริง และแอดเชื่อว่าใครก็ตามที่เข้าใกล้ความจริงได้มากที่สุด คนนั้นคือผู้ที่จะอยู่รอดในอนาคต

Seek Truth, and The Truth Will Set You Free - AdToy

จงขวนขวาย ตามหาความจริง แล้วความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ

ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อ่านบทความนี้จนจบ แอดรักทุกคน ส่วนบทความต่อไปเตรียมพบกับบทความปรัชญา One Person Business ฉบับสมบูรณ์ที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา

แค่คิดถึงสิ่งที่แอดจะเขียนในโพสต์ต่อไปก็ ขนลู๊กกก 555+