สวัสดีครับทุกคนนน!! ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านบทความนี้กันนะครับบ 👋
.
ผมได้มีโอกาสลง Mini Gemini Bootcamp ของแอดทอย คนดีย์คนเดิมม
.
เหตุผลง่ายๆ ที่ตัดสินใจลงคอร์สนี้เพราะเป็นเด็ก Data Science Bootcamp Batch 7 และรู้ว่าเนื้อหาที่จะได้เรียนต่อจากนี้มันคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายแน่นอน ตามสโลแกนแอดทอยที่ว่า..
เรียนจนร้องขอชีวิตตต!!
🔎 Overview
จริงๆ เนื้อหาที่จะได้เรียนในคอร์สนั้นครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานจนไปถึง Use case จริงๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ผมขอสรุปหัวข้อไว้ดังนี้
- Foundation
- Gemini Web vs Gemini CLI
- Prompt Framework
- Basic commands for Gemini CLI
- Gems
- Pro Tips!!
เป็นเนื้อหา 2 วัน + Bonus (ที่กำลังจะมา) ที่คุ้มค่ามากๆ
💻 Foundation
Vibe Coding is Coming!!
กระแสการ "Vibe Coding" กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในวงการเทคโนโลยีช่วงปี 2024-2025 โดยเฉพาะหลังจากที่ OpenAI ได้เปิดตัว ChatGPT มาสักพัก
(การมาของ ChatGPT ทำให้ Google ต้องปรับตัว)
.
ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการสร้างและพัฒนาซอฟต์แวร์
.
ในยุคนี้ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมานั่งเรียนรู้การ Coding แบบเมื่อก่อน ก็สามารถที่จะเริ่มสร้างซอฟต์แวร์เพียงแค่พิมพ์ "Prompt" หรือภาษาธรรมชาติ (ที่เราๆ ใช้สื่อสารกัน) ให้ AI เป็นคนจัดการเขียนโค้ด แก้บั๊ก และวางโครงสร้างทั้งหมดให้
AI is a Dream Machine
ถ้าให้พูดถึง AI ในปี 2026 นี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ถ้าให้ผมนิยามคำง่ายๆ ให้กับ AI มันคือ
เครื่องมือที่มีความฉลาด ที่จะช่วยให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้นในทุกๆ วัน
(ถ้าใช้มันเป็น!!)
สิ่งที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นและทุกคนน่าจะได้มีโอกาสใช้งานในชีวิตประจำวันก็คือกลุ่มที่เรียกว่า "Generative AI" ซึ่งจริงๆ AI เองก็มีหลากหลายประเภทตามภาพนี้
รูปภาพและรายละเอียด https://www.mycase.com/blog/ai/ai-vs-generative-ai/
แต่ไม่ต้องไปสนใจมันมากหรอกก 55555 (กลับเข้าเรื่อง)
.
สิ่งนี้มันคือ "เครื่องมือแห่งความฝัน" มันสามารถเปลี่ยนความฝัน หรือ ปัญหาที่สามารถแก้ด้วยเทคโนโลยีหลายๆ อย่างให้เป็นความจริงได้ในพริบตา (หรืออย่างน้อยเร็วกว่าคนทำเองหลายเท่ามากๆ)
.
สิ่งสำคัญก่อนที่จะใช้ AI มาช่วยแก้ปัญหาให้เรา ทุกคนต้องมี Mindset ในหัวว่า
- อย่าถาม AI ว่า "ทำอย่างไร" (How) จนกว่าเราจะรู้ว่า "แก่นของปัญหาคืออะไร" (Why/What)
- AI คือพนักงานคนหนึ่งที่เก่งและทำงานได้เร็วมาก และ หน้าที่ของเราคือการ Audit และคุมทิศทาง
ดั่งคำที่ว่า:
AI is as good as who you are
ผลลัพธ์ของ AI จะดีได้เท่ากับระดับของความคิด ความเข้าใจ และตัวตนของคุณ
🌟 Gemini Web vs Gemini CLI
ถ้าให้สรุปแบบง่ายๆ เลยคือ
ต่างกันที่การเข้าสั่งใช้งาน Gemini model แค่นั้น
(Web vs Command Line)
แต่เอาจริงๆ ก็มีข้อแตกต่างรวมถึงประสิทธิภาพของการใช้งานอยู่เหมือนกัน ต่อไปเราจะมาลงในรายละเอียดกัน
Gemini Web
Gemini Web มี GUI ที่สวยงาม เน้นใช้งานง่ายโดยสามารถเข้าใช้งานผ่าน Browser รวมถึงมีแอปที่สามารถใช้งานบน Smartphone ได้ เหมาะสำหรับการทำงานทั่วไป
.
แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ เช่น
- ต้องอัปโหลดไฟล์ขึ้นไปบนระบบเองทีละไฟล์
- ไม่สามารถสั่งงานแบบอัตโนมัติ (Automate) ได้ลึกเท่า CLI
Gemini CLI
ส่วน Gemini CLI ต้องเข้าใช้งานผ่าน Terminal (หน้าจอดำ) โดยการพิมพ์คำสั่ง ซึ่งเหมาะสำหรับ Developer, Data Scientist, หรือกลุ่มคนที่พอจะรับได้กับการใช้งานผ่าน Terminal
.
จุดเด่นของ CLI คือ
- เร็วกว่า (ไม่ต้องรอเว็บประมวลผล)
- สามารถเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้โดยตรง
- สามารถทำงานแบบอัตโนมัติ
- สามารถเชื่อมต่อกับ MCP (Model Context Protocol) เพื่อใช้เครื่องมือภายนอก เช่น ดึงข้อมูลจาก Database, Canva
แน่นอนว่าดีขนาดนี้ก็ต้องมีข้อจำกัดที่ต้องแลกคือ
- ต้องไปติดตั้ง Node.js ซึ่งยากที่สุดแล้วในการใช้งาน แต่แอดทอยมีสอน ทำตามนี้โล้ด
- ต้องมีความรู้พื้นฐานการใช้ Terminal (ไปหา Cheat Sheet ตาม OS ที่ใช้ได้)
🛠️ Prompt Framework
ส่วนสำคัญที่จะทำให้ AI สามารถทำงานได้ตามโจทย์ของเราคือ "การสั่งใช้งานให้ถูกต้อง"
.
การใช้งาน Gemini (รวมถึง GenAI ตัวอื่นๆ) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เราต้องเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "Prompt Engineering" ซึ่งควรจะเขียนสั่งให้มันทำงานได้ตรงกับความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด
Simple Framework
แน่นอนว่า Google เองก็ได้ออก Guidebook ให้กับผู้ใช้สามารถพิมพ์สั่งงาน Gemini Prompting guide 101 แต่ผมจะช่วยสรุปโครงสร้างสำคัญแบบง่ายๆ ซึ่งประกอบไปด้วย
- Role (บทบาท): กำหนดตัวตนให้ AI ว่าอยากให้ตอบในฐานะใคร เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล หรือ นักเขียนคอนเทนต์
- Instruction / Task (คำสั่ง): ระบุสิ่งที่ต้องการให้ทำอย่างชัดเจน เช่น วิเคราะห์ไฟล์ CSV หรือ เขียนโพสต์ Facebook
- Context (บริบท): ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ AI เข้าใจเป้าหมาย เช่น งานนี้ทำเพื่อส่งให้ทีมการตลาด
- Format / Example (รูปแบบ): กำหนดลักษณะผลลัพธ์ที่อยากได้ เช่น สรุปเป็น 5 ข้อ, ทำเป็นตาราง หรือระบุความยาวคำ
ตัวอย่างเช่น
"รับบทเป็น Content Marketing Specialist ที่เก่งเรื่องการย่อยข้อมูลยากๆ ให้เข้าใจง่าย {Role} ช่วยสรุปเนื้อหาหลักจากบทความเรื่อง 'ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานในอีก 5 ปีข้างหน้า' {Task} โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังกังวลเรื่องการหางาน {Context} ขอผลลัพธ์เป็นข้อสรุป 3 ประเด็นสำคัญในรูปแบบ Bullet points ใช้ภาษาที่ให้กำลังใจแต่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง และทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำสั้นๆ 1 ข้อ {Format}"
Prompting Technique
เทคนิคการเขียนที่ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น มีหลักๆ อยู่ 3 แบบคือ
- One-Shot Prompting: การสั่งงานครั้งเดียวโดยระบุเงื่อนไขครบถ้วนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทันที
- One-Shot + Examples: การให้ตัวอย่าง (Few-Shot) เพื่อให้ AI เรียนรู้แนวทางและสไตล์ที่ต้องการ
- Iterative Prompt: การใช้วิธีคุยโต้ตอบและปรับจูนคำสั่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้คำตอบที่พอใจที่สุด
⌨️ Basic commands for Gemini CLI
Command ที่ใช้งานใน Gemini CLI นั้นมีอยู่หลายคำสั่ง สามารถพิมพ์ " / " เพื่อเรียกดูคำสั่งได้ และเมื่อพิมพ์คำสั่งและเว้นวรรค ก็จะมีคำสั่งถัดไปที่สามารถสั่งงานได้ (ต้องลองใช้จริงถึงจะเข้าใจ)
.
แรกๆ อาจจะยังไม่คุ้นชิน แต่พอใช้งานได้คล่องแล้ว ผมบอกเลยว่าจะติดใจจจ!!
.
[แถม] ผมให้ Gemini ลองสร้างภาพ Cheat Sheet สำหรับการใช้งานเบื้องต้น น่าจะพอช่วยได้.. มั้งง 5555+

✨Gems
Gems คือ "ผู้ช่วย AI ฉบับปรับแต่งเอง" ที่สามารถสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญหรือทำหน้าที่เฉพาะด้านตามที่ต้องการ
.
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนการมี "พนักงานเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน" ประจำทีมที่เราเทรนมาเองกับมือ เพื่อให้ทำงานในแบบที่ชอบและถูกต้องตามมาตรฐานที่เราวางไว้
.
ข้อดีของการสร้าง Gems คือ
- กำหนดตัวตนได้: เราสามารถตั้งค่า Role (บทบาท) และ Instructions (คำสั่ง) ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ Gemini ตอบโต้ในสไตล์หรือความรู้เฉพาะทางที่เราต้องการเสมอ
- ประหยัดเวลา: ไม่ต้องพิมพ์ Prompt ยาวๆ หรืออธิบายบริบทใหม่ทุกครั้งที่เริ่มคุย เพราะ Gems จะจำ "เงื่อนไข" และ "เป้าหมาย" ที่เราตั้งไว้ได้ทันที
- สร้างได้หลากหลาย: สามารถสร้าง Gems แยกตามประเภทงานได้ เช่น "Gems สำหรับตรวจแกรมม่าภาษาอังกฤษ", "Gems สำหรับช่วยเขียนสูตร DAX", หรือ "Gems สำหรับสรุปบทความ"
🥇 Pro Tips!!
Prompt ภาษาอังกฤษ vs ภาษาไทย
แม้ Gemini จะเก่งภาษาไทยมาก แต่ในเชิงเทคนิคมีจุดที่ต้องพิจารณาคือ:
- Token Efficiency: ภาษาไทยมักจะใช้จำนวน Token สูงกว่าภาษาอังกฤษในเนื้อหาที่เท่ากัน (เพราะการตัดคำและสระ) ซึ่งส่งผลต่อ "ความจำ" (Context Window) ในบทสนทนายาวๆ รวมถึง "เงินในกระเป๋า" เราด้วย (ใช้เยอะเกินโควต้า ไม่จ่ายเพิ่มก็รอเอา 555+) ลองพิมพ์ดู คลิก
- Reasoning Capability: เนื่องจากโมเดลส่วนใหญ่ถูกเทรนด้วยข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก การสั่งงานที่ซับซ้อน เช่น การเขียนโค้ด หรือการแก้โจทย์ตรรกะยากๆ การใช้ภาษาอังกฤษมักจะให้ผลลัพธ์ที่ "แม่นยำ" และ "ลื่นไหล" กว่า
- Recommendation: สำหรับงานครีเอทีฟหรือคุยทั่วไป ภาษาไทยทำได้ดีเพียงพอ แต่สำหรับงานโครงสร้าง (Architect) หรือการเขียน Prompt ให้ AI ไปทำงานต่อ ภาษาอังกฤษคือ "ภาษาโปรแกรม" ที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้ (อนาคตคงไม่ต่าง)
Gem-narrator
สารภาพว่า.. ผมใช้สิ่งนี้มานานมากๆ แล้ว มันเป็นเทคนิคที่โหดมากกก ซึ่งผมไม่อยากแชร์เลย 😭
.
มันคือเทคนิคระดับสูงที่ช่วยให้เราทำงานได้มาตรฐานเดิมทุกครั้ง โดย Concept คือสร้าง Gems ตัวหนึ่งขึ้นมาแล้วกำหนด Role ให้เป็น "Expert Prompt Engineer"
.
พอเราสร้าง Gems ตัวนี้แล้ว เรามีหน้าที่แค่บอกไอเดียคร่าวๆ ให้ Gem-narrator ฟัง Gem-narrator จะเจน System Instruction ที่สมบูรณ์ มี Role, Task, Context, Guardrails* ออกมาให้
.
*Guardrails คือคำสั่งสำหรับระบุกรอบการทำงานให้ AI เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และคัดกรองข้อมูลทั้งขาเข้า (Input) และขาออก (Output) ให้อยู่ในกรอบที่เราต้องการและไม่ Hallucination
.
หลังจากนั้น Gem-narrator ก็จะพ่นคำตอบออกมา เราแค่ก๊อปปี้ Instruction นั้นไปสร้างเป็น Gems ตัวใหม่ (เช่น Gems สำหรับเขียนสูตร DAX หรือสรุป Podcast) ซึ่งช่วยให้เราไม่ต้องมานั่งนึกโครงสร้าง Prompt ใหม่ทุกครั้ง และได้คำสั่งที่มีคุณภาพเสมอ (แต่แนะนำว่าให้ลองนำไปใช้งานและปรับแต่งเพิ่มจนมันให้คำตอบที่เราพอใจ)
ขยายขีดความสามารถด้วย MCP
MCP หรือ Model Context Protocol คือมาตรฐานที่ทำให้ Gemini หรือ GenAI ตัวอื่นๆ (โดยเฉพาะผ่าน CLI) สามารถคุยกับเครื่องมือภายนอกได้โดยตรง ซึ่งเป็นการปลดล็อกให้ AI ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นแค่ "ห้องแชท" ไปสู่การ "ลงมือทำ" (Connecting the Dots)
.
แต่สิ่งที่เราต้องศึกษาเพิ่มคือ เครื่องมือภายนอกตัวอื่นๆ นั้น เขาเปิดช่องทางนี้ให้เราเอา AI เข้าไปต่อได้หรือเปล่า ซึ่งปัจจุบันก็สามารถต่อใช้งานได้หลากหลายมากๆ เช่น
- ต่อเข้า Database และ สั่งให้ AI อ่าน Schema และ Query ข้อมูลจาก SQLite ในเครื่อง
- เชื่อมต่อกับไฟล์ในเครื่องหรือ Google Drive เพื่อหาข้อมูลมาตอบ (RAG)
- สร้างระบบ Automation สั่งให้ AI ควบคุม Browser หรือจัดการงานผ่าน API ต่างๆ เช่น สร้างโพสต์ขายสินค้า
[Local File] ไฟล์ข้อมูลสินค้าในเครื่อง (เช่น product_info.txt)
↓
[Automation] n8n / make (ตั้งเวลา Schedule ให้ทำงานตามที่กำหนด)
↓
[Action] n8n / make สั่งรันคำสั่งผ่าน Terminal (Execute Command)
↓
[Engine] Gemini CLI สั่งให้ AI อ่านไฟล์โดยใช้เครื่องหมาย @
(ตัวอย่างคำสั่ง: gemini -p "ช่วยเขียนโพสต์ขายของจากข้อมูลในไฟล์นี้" @product_info.txt)
↓
[Content] AI วิเคราะห์ข้อมูล -> เขียนแคปชั่น -> สั่งเจนภาพสินค้า
↓
[Post] n8n / make รับข้อมูลที่เสร็จแล้วส่งไปลง Social Media (Facebook/IG)
การมาของ MCP จะเป็นการวางรากฐานที่ต่อยอดการสร้าง "AI Agent" ที่ไม่ได้แค่ตอบเก่งแล้วเราไปลงมือทำเอง แต่จะช่วยสร้าง Workflow ที่เคยอยู่แต่ในหัว (หรือระบบที่พึ่งพามนุษย์) ให้เป็นระบบการทำงานที่ช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน และลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์
.
ยังไงสิ่งนี้ก็จะมาเพราะมันช่วยลดต้นทุนได้จริง (แต่ยัง Practical มาก) และมนุษย์ที่ก้าวไม่ทันโลกก็จะตกงาน.. น่ากลัวจนขนลู๊กกก!!
🗝️ Conclusion
เขียนแบบลากเลือดสุดๆ !!
.
การมาเรียน Mini Gemini Bootcamp ครั้งนี้ทำให้ผมเห็นชัดเจนขึ้นว่า ในปี 2026 นี้ AI ไม่ได้เป็นแค่ "แชทบอท" ที่เอาไว้ถามตอบอีกต่อไป แต่มันคือ Eco-system ที่ทรงพลัง อยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้งานมันผ่านหน้าเว็บที่สวยงาม หรือจะกระโดดลงไปคุมบังเหียนผ่าน CLI และเชื่อมต่อโลกภายนอกด้วย MCP
.
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปไวแค่ไหน หรือกระแส Vibe Coding จะมาแรงเพียงใด สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น "ตัวเรา" ที่ต้องเข้าใจแก่นของปัญหา (First Principles) และรู้จัก Audit ผลลัพธ์ให้เป็น เพราะ AI จะเก่งได้เท่ากับที่ตัวเราเป็น (AI is as good as who you are)
.
หวังว่าบทความนี้จะอ่านสนุกและเป็นเชื้อไฟให้เพื่อนๆ ได้เริ่มสร้าง "Dream Machine" ของตัวเองขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการปั้น Gems เฉพาะทาง หรือการวาง Workflow อัตโนมัติที่เหนือชั้น
.
ผมเชื่อเสมอว่า "มนุษย์จะชนะ AI" ไม่ใช่ด้วยการแข่งความเร็ว แต่ด้วยความแตกต่างในการสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมาย เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ขึ้นและส่งต่อแรงบันดาลใจนี้ให้คนรุ่นหลังต่อไป... มาสนุกและเติบโตไปพร้อมกับโลกใบใหม่นี้กันนะครับ! 🚀
#kaewklaotha #the9spective #vibecoding

Comments