Essay1
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ นานมากจนจำไม่ได้แล้ว ที่เวลามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น ฉันมักรับรู้ความสุขได้แบบเบาๆ หมายถึงมันสบายใจแบบใจเบาๆ ไม่ใช่ความสุขแบบ สุ๊ขขขขขข แบบที่คุ้นชินมาตั้งแต่เด็ก แค่รับรู้ว่ามันคือความสุข แต่ก็มีมุมมองว่า ทุกๆ อย่างมันก็ชั่วคราว เลยไม่ยึดติดมากมั้ง รูปแบบการรับรู้มันเลยเปลี่ยนไปด้วย
ไม่ได้มองโลกแง่ร้าย หรือหดหู่นะ แค่มองตามจริง55555 ฟิลการใช้ชีวิตมันเลยเป็นไปในแนว... มีปัญหาก็ค่อยๆ แก้ไป มีความเครียดบ้างก็มีไป แค่ต้องคอยจัดการให้มันไม่เกินเส้นที่จะเข้าสู่เขตอันตราย (แต่ถ้าอยู่ในภาวะเลวร้ายมากๆ ที่มันจะดึงสัญชาตญาณดิบออกมา นี่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไง คิคิ เช่น สถานการณ์ที่ต้องเอาชีวิตรอดสุดขั้ว) ถ้ามีเรื่องอยากทำอันนี้ก็ทำไป แค่มักจะมีเหตุผลชัดมากกว่าการทำเพราะอยากได้ความรู้สึกสุ๊ขขขข มักเป็นแนวทำเพราะอยากเรียนรู้ สำรวจ ปล่อยให้ตัวเองเจอความไม่สบายใจบ้าง มากกว่า บอกไม่ถูกเหมือนกัน
มีกิจกรรมอะไรไหมครับที่พักหลังมานี้คุณรู้สึกว่า "ทำแล้วสงบ" มากกว่า "ทำแล้วสนุกสะใจ" แต่คุณกลับชอบมันมากกว่าเดิม?
: อ่านหนังสือไง หรือการคิดทบทวนตัวเองเป็นระยะๆ หรือเวลาคุยกับ AI แล้วมีคำถามถามกลับมาให้ต้องสังเกตตัวเอง (แต่อันนี้ออกแนวไม่ใช่สงบ แค่ไหลๆ กับการคิดและต่อยอดเรื่อยๆ มากกว่า บางทีอาจเพลินเกิน และถึงจุดนึงก็เหนื่อยสมองอะนะ) เอ้อ การดูอนิเมะก็รู้สึกเบาๆ สงบๆ นะ แล้วแต่เรื่อง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแนว... เช่น ปริศนาความทรงจำ, นัทสึเมะบันทึกสหาย, Fruits basket, เหมียวมากความสามารถ, สกิลพิสดารกับมื้ออาหารต่างโลก อะไรพวกนี้ มัน feel good มากเลย ได้เห็นชีวิตประจำวันธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดา เห็นเขาว่ากันว่ามันคือ อนิเมะแนว Iyashikei
จะว่าไปนะ พูดถึงสมองล้า
- ทำไมมันถึงล้าทำนองเหมือนเหนื่อยกายด้วย ทั้งๆ ที่ก็ใช้แต่สมอง ไม่ได้ใช้กาย
- กลับกัน พอออกกำลังกาย มันเหนื่อยกาย แต่หลังอาบน้ำเสร็จ มันกลับรู้สึกสดชื่นนน ไม่เหนื่อย ... แบบสลับกันน่ะ เท่นะเนี่ยยยย Biology The Pain-Pleasure Balance 🫡
และสุดท้าย ชอบช่วงเวลาแบบนี้ของวันนะ พยายามจะให้มีทุกวัน ช่วงเวลาแห่งการช่างแม่ง กูจะนั่งเฉยๆ เหมือนชีวิตไม่มีพรุ่งนี้ ไม่มีพรุ่งนี้ = ไม่มีเรื่องไรให้ต้องคิดแล้ว ถึงช่วงเวลาแบบนี้มันจะทำได้สั้นก็ตาม 5 นาทีก็เก่งแล้ว5555
Comments