เข้าสู่เดือนที่สองแล้วครับกับการโบกมือลางานประจำ! จะบอกว่าว่างงานร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงไม่เชิง เพราะผมเลือกกลับมาทุ่มเทให้กับ "งานสอน" ทักษะที่สั่งสมมาเกือบ 20 ปี จากเดิมที่เคยทำงานตัวเป็นเกลียว 7 วันรวด ตอนนี้งานสอนกลายเป็นรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงชีวิต แม้จะไม่ฟู่ฟ่าเท่าเดิม แต่ในจังหวะ "สุญญากาศ" แบบนี้ การเห็นตัวเลขวิ่งเข้าบัญชีบ้างก็ทำให้ใจชื้นขึ้นเยอะเลยครับ

หลังจากรวบรวมความกล้าพูดและเขียนเพื่อขอเดินออกมา ประตูบานใหม่ก็เปิดรับผมสู่โลกแห่ง "เวลา" ที่หายไปนาน ผมได้รับมันกลับคืนมาเพื่อ... พักกายพักใจ: สลัดความกังวลที่เคยวนเวียนทิ้งไป แล้วปล่อยใจให้ได้พักผ่อนจริงๆ จัดระเบียบความคิด: ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา แล้วค่อยๆ สร้าง "ขุมทรัพย์ความรู้ส่วนตัว" ขึ้นมาใหม่ ทำในสิ่งที่รัก: งานสอนที่ผมหลงใหล ตอนนี้ขยับมารับงานวันธรรมดามากขึ้น แม้จะยังไม่แน่นมาก แต่มันก็ท้าทายให้ผมต้องออกไปคว้าโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ สวมบท Content Creator: ในที่สุดก็ได้ลองทำสิ่งที่อยากทำมานาน! แม้จะยังอยู่ในช่วงตั้งไข่และยังทำเงินไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้ระหว่างทางนั้นประเมินค่าไม่ได้เลย

อัปเกรดตัวเอง: ได้ฤกษ์ขุดคอร์สออนไลน์ที่ดองไว้มาเรียนสักที! ทั้งการบริหารโครงการ, AI ไปจนถึงการลงทุน ผมสนุกกับการเติมความรู้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสใหญ่ในอนาคตสุดๆ

คืนร่างทอง: ผมวางแผนออกกำลังกายอย่างจริงจังเพื่อย้อนวัยสุขภาพกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนนี้ตัวบวมขึ้นเยอะเพราะตามใจปาก (จะโทษความเครียดก็กะไรอยู่ ต้องโทษปากตัวเองนี่แหละ!) แต่ตอนนี้ผมเริ่มคุมการกินและออกกำลังกายตามแผนได้แล้วนะ!

รื้อพอร์ตการลงทุน: ได้เวลามาจ้องหน้ากับตัวเลขในบัญชีแบบจริงจัง การวางแผนการเงินในช่วงนี้ต้องรัดกุมเป็นพิเศษ ซึ่งมันทำให้ผมมองเห็นจุดอ่อนและช่องทางทำเงินใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิม

เปิดโลกสังคมใหม่: การได้เข้าโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นในวันธรรมดาทำให้ผมเห็นบรรยากาศที่ต่างออกไป ได้นั่งจิบกาแฟคุยกับเพื่อนร่วมงานที่เจอกันมานานแต่ไม่เคยได้คุยกันลึกๆ แถมยังได้แอบเรียนภาษาจีนจากคุณครูชาวจีน และแลกเปลี่ยนด้วยการสอนเขาร้องเพลง เป็นมิตรภาพที่น่ารักและฮีลใจสุดๆ ครับ

ฟังดูเหมือนจะเพอร์เฟกต์ใช่ไหมครับ? ผมเองก็ยอมรับว่ารักอิสระแบบนี้มาก ชีวิตที่ออกแบบได้เอง ไม่ต้องคอยรับคำสั่งใครหรือปั่นยอดท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ ผมใช้ชีวิตตามตารางที่วางไว้ พยายามทำทุกวันให้ Productive ที่สุด เพื่อให้ทุกนาทีมีค่า

แต่ผมก็คอยเตือนตัวเองเสมอไม่ให้ "เพ้อฝัน" จนเกินไป เพราะความมั่นคงที่แท้จริงจะกลับมาก็ต่อเมื่อผมเจอโอกาสงานใหม่ที่เหมาะสม ตราบใดที่ยังไม่มีรายได้ที่แน่นอน แผนการลงทุนก้อนใหญ่หรือทริปญี่ปุ่นที่วาดฝันไว้ก็คงต้องพักไว้ก่อน

เคล็ดลับการดึงสติของผมคือการใช้ Google Calendar วางแผนรายสัปดาห์ให้ชัดเจน มองหาลู่ทางเปลี่ยนแผนงานเป็นรายได้ พร้อมกับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ ไปในตัว

ทุกอาทิตย์ผมจะทำบันทึกสรุปผล เพื่อดูว่ามีอะไรต้องปรับปรุงบ้าง โดยเฉพาะเรื่องเงินที่ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน และที่สำคัญคือการ "ขีดเส้นตาย" ให้ตัวเองในทุกภารกิจ เพื่อไม่ให้ชีวิตล่องลอยผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย ช่วงเวลา "พักใจ" สองเดือนนี้อาจจะดูนาน แต่ผมเชื่อว่ามันอาจจะยาวกว่านั้นจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ดังนั้นผมจะใช้ทุกวินาทีในการเตรียมร่างกายและอัปเกรดสกิลให้พร้อมที่สุด สำหรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

ความอดทนตลอด 3 ปี 4 เดือน ได้สร้างประตูบานนี้ขึ้นมา แม้ปลายทางข้างหน้าจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความท้าทาย แต่การได้ก้าวออกจาก Comfort Zone มาดิ้นรนด้วยตัวเองในวัย 40 ก็เป็นบทเรียนที่ล้ำค่า ผมจะเดินหน้าหาโอกาสต่อไป และพร้อมเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนนี้ด้วยความมั่นใจครับ!