ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้งาน Social Media เป็นปกติ ทั้ง Facebook, Instagram และ TikTok แม้จะไม่ใช่สายคอนเทนต์มือโปร แต่ก็พอใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้คล่องแคล่ว ทั้งลงรูป ตัดต่อคลิปสั้นๆ และแชร์เรื่องราวดีๆ

ช่วงหนึ่งเดือนก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ผมบังเอิญไปเจอคลิป Reels ใน Instagram คลิปหนึ่ง เป็นภาพผู้ชายใส่หูฟังนั่งอยู่ในคาเฟ่ พร้อมข้อความที่ชวนให้ฉุกคิดว่า: "อย่าลาออก จนกว่าจะมีเงินสำรอง 6-12 เดือน, อย่าลาออกจนกว่าจะมีงานใหม่, อย่าลาออกจนกว่าจะมีลูกค้าจริง, อย่าลาออกจนกว่าจะมี Passive Income ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ อย่าเรียกว่าความกล้า แต่มันคือความเสี่ยง"

ในตอนนั้น ข้อความนี้มันช่างจี้ใจและตรงกับสถานการณ์ที่ผมกำลังเผชิญอยู่เหลือเกิน ราวกับว่าอัลกอริทึมของ Instagram อ่านใจผมได้ ผมหยุดคิดตามและพบว่าสิ่งที่เขาเขียนนั้น 'จริง' ในเชิงธุรกิจ แต่มันกลับมีแวบหนึ่งในสมองที่ผุดขึ้นมา ทำให้ผมพิมพ์คอมเมนต์ตอบกลับไปว่า: “สุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญ ผมเลือกที่จะเสี่ยง” แล้วกดส่งไปโดยไม่ได้คาดหวังอะไร ผ่านไปไม่กี่วัน ผมสังเกตเห็นแจ้งเตือนหัวใจเด้งขึ้นมาถี่ผิดปกติ เมื่อกดเข้าไปดู ปรากฎว่าคอมเมนต์สั้นๆ ของผมมีคนมากดถูกใจเกือบ 80 คน ความรู้สึกแรกคือแปลกใจ แต่เมื่ออ่านดูดีๆ ก็เข้าใจได้ว่า มีผู้คนอีกมากมายที่เผชิญภาวะกดดันแบบเดียวกับผม พวกเขาอาจจะมองหาที่พึ่งทางใจ หรือแค่ต้องการพื้นที่เล็กๆ ที่บอกว่า 'เราไม่ได้กำลังสู้อยู่คนเดียว' การดูแลสุขภาพจิตใจก่อนที่จะพังทลายลงดูจะเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องเงินสำรองเลยทีเดียว จากประสบการณ์ครั้งนี้ ผมได้ตกผลึกเป็นสิ่งที่เรียกว่า 'จังหวะของชีวิต' ในการตัดสินใจเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ดังนี้ครับ:

  1. มองทุกอย่างตามความจริง: หากเราพบปัญหาเดิมซ้ำๆ ในที่ทำงาน เช่น โดนปฏิเสธหรือถูกมองข้าม แม้จะพยายามแก้ไขแล้วแต่ก็ยังเกิดขึ้นอีก นั่นคือ 'ความจริง' ที่เราควรจดบันทึกไว้ มากกว่าจะใช้อารมณ์ตัดสินใจชั่ววูบ การมีสติไตร่ตรองจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดเจนกว่าการด่วนตัดสินใจด้วยความโกรธ

  2. หาทางออกทางเลือก: เมื่อเห็นปัญหาแล้ว ลองมองหาวิธีแก้ไขที่นอกเหนือจากกรอบงานดูบ้าง หากงานหลักกดดันเกินไป ผมเลือกที่จะใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ไปทำกิจกรรมที่สร้างพลังใจ (ฮีลใจ) เช่น สอนหนังสือ ออกกำลังกาย หรือร้องเพลง เพื่อเติมเต็มความรู้สึกว่าเรายังมีคุณค่าในแง่มุมอื่น

  3. ตัดสินใจเมื่อถึงเวลา: หากทำทุกวิถีทางแล้ว แต่สภาพแวดล้อมยังคงกัดกินสุขภาพจิตจนถึงขั้นนอนไม่หลับหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก นั่นคือสัญญาณเตือนว่าคุณต้องวางแผนก้าวออกมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะนั่นหมายความว่าคุณได้อดทนและเตรียมแผนสำรองมาถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าผู้อ่านจะตัดสินใจอย่างไร

ผมเชื่อว่าวิธีการเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้เวลาในการเยียวยาและวางแผนได้อย่างถี่ถ้วนที่สุด เพื่อให้พร้อมก้าวต่อไปสู่โอกาสที่ใหญ่กว่า เหมือนกับที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ และท้ายที่สุด... ผมก็ไม่ลืมที่จะแปะลิงก์ YouTube ของตัวเองไว้ในคอมเมนต์นั้น เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองในฐานะ Content Creator คนใหม่ เผื่อใครผ่านมาเห็นแล้วอยากเป็นกำลังใจให้กันครับ

https://www.instagram.com/gorika_official https://www.youtube.com/@GoRika.official https://www.tiktok.com/@gorika.official
https://www.facebook.com/Wavitt