Friedrich Wilhelm Nietzsche เคยวิจารณ์เหล่าผู้ชายสังคมในยุคสมัย80s ไว้ว่า ผู้ชายมักโกหกตัวเองในเรื่องความรักมากกว่าเรื่องอื่นใด พวกเขามักสร้างภาพของเทพธิดาขึ้นในจินตนาการ แล้วตกหลุมรักภาพจินตราการนั้นมากกว่าตัวผู้หญิงจริง ๆ และแปลกใจเมื่อพบว่าผู้หญิงก็เป็นแค่มนุษย์
พวกเขาปรารถนา สยบสยอม และบูชาสิ่งที่เข้าถึงไม่ได้-ไม่ใช่สิ่งที่เข้าถึงได้
ผู้ชายหรือผู้หญิงบางคนมักตกหลุมรักคนที่สูงส่งกว่าตัวเอง พวกเขามองคนที่ปรารถนาด้วยสายตาชื่นชมราวกับมองนางฟ้าหรือเทพบุตรที่สมบูรณ์แบบ แต่อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อนางฟ้าองค์นั้นลดตัวลงมามอบหัวใจให้พวกเขา แทนที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขชั่วนิรันดร์ แต่มันกลับเป็นวินาทีที่ความศรัทธาสั่นคลอน และคนคนนั้นก็ไม่น่าสนใจอีกต่อไป
ลองจินตนาการถึงเช้าวันหยุดที่ไม่มีอะไรต้องทำ ไม่มีที่ไหนให้ต้องไป คุณตื่นมาในห้องของเธอ คนที่คุณแอบฝันถึง เธอตื่นแต่เช้า ลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารเช้า ทั้งชา ขนมปังปิ้ง และดอกไม้ที่วางประดับบนโต๊ะอย่างระณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ...
แต่คุณไม่มีความรู้สึกขอบคุณหรือซาบซึ้ง แต่ลึก ๆ แล้วคุณกลับมีคำถาม.. "ทำไมฉันสมควรได้รับสิ่งนี้?"
- ฉันไม่มีวันสมัครเข้าเป็นสมาชิกของคลับใดก็ตาม ที่ยอมรับคนอย่างฉันเข้ากลุ่ม - เกราโช มาร์กซ์ได้พูดเอาไว้อย่างเจ็บแสบ และประชดประชันเสียดสีความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์ - คลับที่ยอมรับคนอย่างฉัน คงไม่ใช่คลับที่ดีอย่างที่ฉันคิดหรอก
ตราบใดที่เธอยังไม่รักเรา เธอยังคงดูสูงส่งและน่าค้นหา แต่ทันทีที่เธอรักเรา เธอตกต่ำ
ความรู้สึกนี้อาจจะรุนแรงจนสามารถเปลี่ยนความโรแมนติกให้กลายเป็นความรำคาญได้
กลับมาที่โต๊ะอาหารเช้าระหว่างคุณและเธอ "ทำไมไม่มีแยมสตรอว์เบอร์รี?" "คนแบบไหนกันที่ไม่ชอบช็อคโกแลต?" คุณทำท่าหงุดหงิด โวยวาย และทำลายบรรยากาศดี ๆ เพียงเพราะรับมือกับความรักที่เธอมอบให้ไม่ได้ คุณรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสารเลว ที่กำลังหลอกให้คนดี ๆ มารัก และวิธีเดียวที่จะระบายความอึดอัดคือการผลักไสอีกฝ่ายออกไป
เพราะเช่นนี้ มันจึงดีกว่าที่เราจะรักเขาอยู่ข้างเดียว การแอบรักข้างเดียวนั้นเจ็บปวด แต่มันปลอดภัย เพราะเราไม่ต้องรับผิดชอบอะไรนอกจากจินตนาการของตัวเอง แต่เมื่อความรักได้รับการตอบสนอง เราต้องเผชิญหน้ากับความจริง เขาต้องเปิดเผยตัวตนที่บกพร่องให้เรารู้ และเราต้องยอมรับความจริงที่ว่า แท้จริงแล้วพวกเขาก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่มีความต้องการ มีความอ่อนแอ และต้องการความรักจากเราเช่นกัน
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเหล่า จนกลายเป็นจิตใต้สำนึกร่วมของสังคม ทุกคนต่างเห็นพ้องกันว่า ถ้าการตอบรับรักจะทำให้เขาหรือเธอไม่สนใจยิ่งกว่าเดิม แล้วทำไมเราไม่ทำท่าทีไม่สนใจเขาไปเลยล่ะ ซึ่งเป็นพัฒนาการทางเหตุผลที่สำคัญ ที่ครอบงำตลาดความสัมพันธ์ยุคหลัง และการกระทำนี้พูดเรียกว่า Black Cat's energy เป็นกลยุทธ์แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
เกมความสัมพันธ์ที่ยื้ดเยื้อหาที่ลงไม่ได้ แต่แน่นอนว่าการมีเหตุผลที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลกำไรมากที่สุด
ในสถาณการณ์ที่ดึงกันไปกันมา ผู้ชายทิ้งผู้หญิง ผู้หญิงไม่คุยกับผู้ชาย ทั้งหมดนี้มีแต่ผู้เสียประโยชน์ ผู้ชายอาจจะทิ้งคนที่รักเขาไปมากที่สุด ผู้หญิงอาจจะเสียโอกาสที่จะรักกับคนที่เหมาะสมที่สุด เพียงเพราะต่างคน ต่างก็กำลังเล่นเกมเดิมกับคนใหม่ไปเรื่อย ๆ
Comments