กฎข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกส์ - เอนโทรปี (Entropy) หรือค่าความไม่เป็นระเบียบของจักรวาลจะเพิ่มมากขึ้นเสมอ นั่นหมายความโดยธรรมชาติของเวลาแล้ว มันไม่ใช่การฟื้นฟู แต่เป็นการผุพัง

น้ำแข็งจะละลาย ใบไม้จะแห้งเหี่ยว เหล็กจะกร่อน ดาวจะดับ ไม่มีสิ่งใดในจักรวาลที่เวลาจะเข้าไปทำให้มันดีขึ้นโดยไม่มีพลังงานจากภายนอกเข้ามาแทรกแซง

ผู้คนมักเชื่อว่าความเจ็บปวดเจือจางลงตามเวลา แต่มันคือภาพลวงตา สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือจิตจะสร้างกลไกป้องกันตัวเอง กดความเจ็บปวดลงสู่ชั้นจิตใต้สำนึก ซ่อนมันไว้ใต้กิจวัตรประจำวัน ใต้ความยุ่งวุ่นวาย ใต้เวลาที่ผ่านไป และจะปรากฏขึ้นมาในคืนที่มืดมิดที่สุด

ประโยคที่กล่าวว่าเวลาจะเยียวยาทุกสิ่งไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางทฤษฎีตรง ๆ แต่เป็นความผิดพลาดทางทฤษฎีที่ถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จในทางปฏิบัติ

เมื่อคนเชื่อว่าเวลาจะทำงานแทนพวกเขา พวกเขาก็หยุดทำงานกับตัวเอง พวกเขาปล่อย (Let go) ไม่หาทางออก พวกเขาแค่อยู่เฉย ๆ และรอ และเมื่อวันนั้นมาถึง (The That Moment) พวกเขาก็กลับไปเป็นอย่างเดิม เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากตัวเลขของปีที่เพิ่มขึ้น

สิ่งเดียวที่จะต้านทานอำนาจแห่งเวลาได้คือเจตจำนง (Will)

ในระดับชีวะ เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายต่อสู้กับเอ็นโทรปีอย่างไม่หยุดหย่อน มันทุ่มเทพลังงาน พยายามดำรงระเบียบและโครงสร้าง ซ่อมแซมความเสียหายของร่างกาย - มันไม่ใช่เพราะเวลาที่ทำให้เรายังแข็งแรงอยู่ได้ แต่เพราะจากการกระทำการอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านการย่อยสลายจากเจตจำนงที่จะมีชีวิตของเซลล์ต่างหาก

ในระดับจิตใจ การเยียวยาเกิดขึ้นเมื่อผู้คนตัดสินใจนั่งลงกับความเจ็บปวดของตัวเอง และเลือกว่าจะเดินต่ออย่างไร กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะวันเวลาผ่านไป แต่เพราะจิตเลือกที่จะกระทำการ แทนที่จะหันเหความสนใจไปที่ความสุขระยะสั้น

ในระดับสังคม การเปลี่ยนแปลงไม่เคยมาจากการรอให้ระบบที่เน่าเฟะพังทลายเอง เวลาไม่เคยอยู่ข้างเรา เวลามันพร้อมที่จะพาผู้กดขี่หน้าใหม่ขึ้นมาเสมอ ๆ แต่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมมักมาจากทำงานอย่างต่อเนื่อง การศึกษา ทำความเข้าใจ การก่อสร้างองค์กรหรือสถาบัน และการมีเจตจำนงร่วมที่แข็งแรง

แผลเป็นจากการเยียวยาไม่ใช่การหายขาด แต่มันคือหลักฐานว่าเราสามารถผ่านมาได้ แต่แผลมันยังอยู่ที่นั่น เราสามารถทำเป็นไม่สนใจมันได้ แต่มันยังอยู่ตรงนั้น มันไม่เป็นไหน แต่แผลเป็นคือสิ่งเดียวที่ย้ำกับเราว่าเหตุการณ์นั้นเคยเกิดขึ้น และเตือนเราอะไรได้บทเรียนอะไรจากมันบ้าง

เวลาไม่เคยเยียวยาอะไรทั้งนั้น

มันไม่ซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่แตกสลาย ไม่ฟื้นคืนความฝันที่สูญเสีย ไม่เปลี่ยนแปลงระบบที่ผุพัง และไม่รักษาแผลในใจที่ไม่เคยได้รับการมองอย่างตรงไปตรงมา

สิ่งที่เยียวยาคือเจตจำนง - เจตจำนงที่จะนั่งลงกับความเจ็บปวด เจตจำนงที่จะตั้งคำถาม เจตจำนงที่จะลุกขึ้นและกระทำ เจตจำนงที่ลุกขึ้นจัดห้องและล้างจาน เจตจำนงที่จะดึงระเบียบกลับมาจากความโกลาหล เจตจำนงที่รู้ดีว่าความโกลาหลจะกลับมาอีกแต่ก็ยังจะสู้กับมัน