ผมมีโอกาสได้ไปร้อยเอ็ด เมืองตรงกลางทางภาคอีสาน พอลงสนามบินมา เจอป้ายโฆษณา ชิงแชมป์วอลเลย์บอลชายหาด U21 คำถามของผมก็ผุดขึ้นมาทันทีว่า "จังหวัดที่ไม่มีแม้แต่ชายหาด ไม่มีภูเขา มีแต่ทุ่งกุลาร้องไห้ สามารถจัดแข่งวอลเลย์บอลชายหาดได้ด้วยเหรอ" ซึ่งจัดได้ แถมยังจัดเป็นทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ใหญ่ซะด้วย

เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ร้อยเอ็ดก้าวข้ามขีดจำกัดนี้มาได้ ต้องยกความดีความชอบให้กับ "โครงสร้างพื้นฐาน" และ "ระบบอะคาเดมี่"

จุดเริ่มต้นมาจากการลงทุนสร้างสนามทรายคุณภาพสูง เมื่อร้อยเอ็ดได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดทัวร์นาเมนต์ระดับเอเชีย ทำให้เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดและหน่วยงานท้องถิ่นต้องลงทุนสร้างและปรับปรุงสนามทรายให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นสูงของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB)

ร้อยเอ็ดมีโรงเรียนกีฬาขนาดใหญ่ เป็นแม่เหล็กสำคัญอย่างโรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด (โรงเรียนเทศบาลหนองหญ้าม้า) ที่นี่ไม่รอให้ฟ้าตกทรายมาให้ แต่ลงมือถมทรายสร้างสนามซ้อมเองในโรงเรียน เพื่อบ่มเพาะและขัดเกลานักกีฬาเยาวชนอย่างจริงจัง roi et นักกีฬาคนไหนหน่วยก้านดี ติดทีมชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (RERU) ก็พร้อมอ้าแขนรับด้วยทุนการศึกษาและการสนับสนุนทางด้านวิชาการยาวไปถึงปริญญาโททำให้นักกีฬาไม่ต้องย้ายไปไหน สามารถเก็บตัวฝึกซ้อมได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อโอลิมปิก ปารีสที่ผ่านมา มีภาพหนึ่งที่เป็นไวรัลมากๆ คือ ภาพสนามวอลเลย์บอลชายหาดที่มีฉากหลังเป็นหอไอเฟล ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง ถ้าหากร้อยเอ็ดมีฉากหลังเป็น "หอโหวด" ละก็จะดึงดูดสายตาผู้คนได้ขนาดไหน ทางจังหวัดจึงจัดเต็ม เนรมิตแลนด์มาร์กสำคัญอย่างหอโหวดร้อยเอ็ดให้กลายเป็นสนามทรายมาตรฐานสากลเพื่อรองรับ รายการชิงแชมป์โลกเยาวชนของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ต้อนรับนักกีฬามากกว่า 56 ประเทศทั่วโลก เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ร้อยเอ็ดและไทยแลนด์ก็ไม่น้อยหน้าปารีสเหมือนกัน

Eiffel-Tower-Stadium-3-2000x1400 (1)

ผมว่ากลยุทธ์ของจังหวัดร้อยเอ็ดสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนจุดอ่อนของจังหวัดที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลไปสู่จังหวัดที่มีความเป็นเลิศด้านกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดได้อย่างแนบเนียนและเวิร์คมากๆ เป็นการทำลายกำแพงความพร้อมทางกายภาพของธรรมชาติได้อย่างลงตัวเลยแหละ