ถ้าในวงการฟุตบอลมี Messi และ Ronaldo หรือวางการบาสมี Rebron James และ Steven Curry วงการเกมก็มีเพชรเม็ดงามเม็ดนั้นอยู่ก็คือ Lee Sang-hyeok หรือ Faker ผู้ที่ใครๆก็เรียกเขาว่า “พระเจ้า”

Faker หรือ Lee Sang-hyeok เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 1996 (2539) อาศัยอยู่ที่โซล เกาหลีใต้ ในวัยเด็กเขาชอบต่อจิ๊กซอว์และเล่นวิดีโอเกมเป็นชีวิตจิตใจ เขามักจะเล่นเกมจำพวก Moba เป็นส่วนใหญ่ เช่น Warcraft III และ MOBA Chaos อยู่มาวันหนึ่งในปี 2011 เขาก็ได้ค้นพบ League of legends (LoL) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่บบนหน้าวงการอีสปอร์ต

Faker ได้โลดแล่นบนสังเวียน LoL อยู่ซักพักใหญ่ๆก็สามารถไต่อันดับจนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของเซิร์ฟเวอร์เกาหลีใต้ได้ ไม่นานก็มีแมวมองเห็นแวว เป็นทีม SK Telecom T1 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของเกาหลีใต้มาทาบทามให้เทิร์นโปร เขาต้องช่างใจอย่างหนักเพราะตอนนั้นเขาอายุเพียง 17 ปีเท่านั้นซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ทางเลือกของเขาก็คือจะเรียนต่อหรือเทิร์นโปร เขาเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเลแม้ว่าจะเป็นทางที่มืดมนก็ตาม

การเป็นมืออาชีพนั้นไม่ง่าย ในช่วงปีแรกกับ Faker ต้องเผชิญหน้ากับสิงห์สาราสัตว์มากมายซึ่งทำให้เขาโชว์ฟอร์มไม่ไฉไลมากนัก แต่พอเริ่มจับจุดได้เขาก็เริ่มทะยานไล่ทุบผู้เล่นหน้าเก่าและใหม่แบบไม่ไว้หน้า ช็อตแจ้งเกิดของเขาเลยก็คือ การดวล 1-1 กับ Ambition (มิดเลนทีม CJ Entus Blaze) แล้วเก็บ Kill ได้ เรียกเสียงฮือฮาให้กับนักพากย์และผู้ชมทางบ้างอย่างเราๆไม่เพียงเท่านี้ยังมีอีกช็อตที่เป็นมีมตำนานจนถึง ณ ขณะนี้ ก็คือการดวล 1-1 กับ Ryu (มิดเลนทีม KT Bullet) ด้วยตัวละครที่เหมือนกันเก็บ Kill ไปได้จนตีตั๋วพาทีมของตัวเองไปแข่งรายการที่ใหญ๋ที่สุดของเกม League of Legends ได้สำเร็จจนแฟนๆหลายคนได้เอ่ยปากชมว่า “ไอ้หนูคนนี้เป็นใครกันนะ ฝีมือเกินอายุจริงๆ”

hq720

ในรายการ World Championship 2013 เป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดขอ League of Legends จะคัดแต่หัวกระทิของแต่ละประเทศเข้ามาทั้ง อเมริกาเหนือ, ยุโรป, จีน และไต้หวัน เป็นต้น จะแข่งเพื่อเฟ้นหาว่าทีมไหนคือทีมที่สุดยอดที่สุดของเกม LoL และได้รับเงินรางวัล 2,000,000$ เรียกได้ว่าเป็นรายการที่เข้มข้นและตึงเครียดมากๆเลยทีเดียว ตัดกลับมาที่ Faker และผองเพื่อนอีก 4 คน ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกเกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่เท่านั้นก็ไม่พอ พวกเขาต้องการเป็นที่ 1 ของโลก ซึ่งในรายการ World Championship 2013 ได้ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากสายตานักแข่งและผู้ชม ซึ่งก็ไม่ทำให้เหล่าเซียนผิดหวัง พวกเขาเบิกแชมป์โลกแรกให้กับตัวเองได้สำเร็จ ขึ้นแท่นเป็นมิดเลนอันดับ 1 ของโลก แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ที่ยาวนานนับทศวรรษ เพราะหลังจากนั้น Faker ไม่เคยหยุดก้าวเดิน เขายังคงไล่ล่าคว้าแชมป์ จนมีโทรฟี่ระดับเมเจอร์ประดับบารมีมากถึง 17 ใบ (แชมป์ลีก 10 สมัย, MSI 2 สมัย และแชมป์โลก 5 สมัย รวมถึงเหรียญทองเอเชียนเกมส์ในปี 2022) ซึ่งทำให้เขาได้รับสิทธิยกเว้นการเกณฑ์ทหารและสามารถโลดแล่นในวงการได้ต่อไป

the-trophies-faker-has-received-v0-u26y6ocjmd0g1

สป็อตไลต์ก็เริ่มส่องเข้ามาหาเขามากขึ้นเรื่อยๆ ชื่อเสียงของเขาไม่ได้ดังแค่ในเกาหลีใต้อีกต่อไปแล้ว แต่ดังในระดับโลกมากขึ้น มีสปอนเซอร์หลายๆ เจ้าเข้ามาสนับสนุนตัวเขาและทีม เช่น Nike, รถยนต์ BMW หรือแม้แต่ Red Bull อีกทั้ง Faker ยังคงเป็นไอคอนเบอร์หนึ่งที่มีผู้ติดตามในโลกโซเชียลอย่างมหาศาล โดยแชนแนลยูทูบ T1 Faker มีผู้ติดตามพุ่งสูงกว่า 2.1 ล้านคน และมียอดวิวรวมที่น่าทึ่งกว่า 450 ล้านวิว ขณะที่ใน Twitch แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมยอดฮิต เขามีผู้ติดตามมากกว่า 3.9 ล้านคน ยืนยันความเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการ E-sports ระดับโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ จนทำให้ Branding ของ Faker และ SK Telecom T1 แข็งแกร่งและเป็นที่พูดถึงมากขึ้น จน SK Telecom T1 รีแบรนด์เป็น T1 และยื่นข้อเสนอที่มัดใจแก่ Faker ให้เป็นหนึ่งในผู้บริหาร และ Faker ก็กลายเป็นไอคอนของ T1 ไปโดยปริยาย “นึกถึง Faker นึกถึง T1”แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้นไม่ง่ายเลย ความสำเร็จนั้นไม่มีทางลัด เขาต้องผ่านทั้งการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง อุปสรรคต่างๆ และการเสียน้ำตา

หนทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรือหอมหวานราวกับบทในละคร Faker ต้องซ้อม 12-14 ชั่วโมงต่อวัน เขาต้องละทิ้งบางสิ่งบางอย่างเพื่อแลกกับมันมา เช่น ความสัมพันธ์กับครอบครัว, เวลาพักผ่อนอันน้อยนิด, สุขภาพกายและสุขภาพใจ มีเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเขาเลยก็ว่าได้คือ ในนัดชิง World Championship 2017 ที่พบกับ Samsung Galaxy ทีมเขาถูกออกนำไปก่อน 2-0 ถ้าทีมเขาแพ้อีกแค่เกมเดียวก็เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางของเขากับรายการนี้ ในเกมที่ 3 ทั้งสองฝ่ายเล่นอย่างรัดกุมและรอบคอบมากๆ จะไม่เล่นในจังหวะที่เสี่ยงเลย ต้องชัวร์เท่านั้นถึงจะเล่น แต่แล้วมันมีจุดพลิกผันที่ Faker โดนจับคนช้า ตายไปก่อนคนแรก ทำให้แพ้ไปในที่สุด Faker กลั้นน้ำตาไม่อยู่ จนเพื่อนๆต้องคอยปลอบและเรียกให้ไปจับมือแสดงน้ำใจนักกีฬากับฝั่งตรงข้าม “การป้องกันแชมป์นั้นยากกว่าการได้แชมป์” Faker กล่าวกับ Inven global ประสบการณ์สอนให้เรานั้นแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Faker ไม่ยอมแพ้ ยืนหยัดลุกขึ้นสู้ต่อจนเป็น Faker ถึงทุกวันนี้

ชีวิต Faker ราวกับนกฟินิกซ์ ร่วงหล่นแล้วก็กลับมาเฉิดฉาย ด้วยไลน์อัป ZOFGK (Zeus, Oner, Faker, Gumayusi, Keria) ที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่ 2022 จนถึง 2026 เข้าชิงชนะเลิศ Worlds ติดต่อกัน 3 สมัย: (2022, 2023, 2024) และคว้าแชมป์โลกติดต่อกัน 2 สมัย (2023, 2024)

เขาอยู่ในวงการ LoL มากกว่า 10 ปี เขายังประคองและให้คำแนะนำกับน้องๆ อยู่เสมอ เช่น การใช้ชีวิตประจำวันในฐานะมืออาชีพ ยามที่เขาลงสนาม ก็ยังโชว์ฟอร์มการเล่นได้แบบยอดเยี่ยมสามารถพาทีมชนะได้เสมอๆ นี่แหละนะที่ใครๆ ต่างเรียกเขาว่า “พระเจ้า”

เส้นทางของ Faker พิสูจน์ให้เราเห็นว่า 'ความพยายามไม่เคยทรยศใคร' และความพ่ายแพ้เป็นเพียงบทเรียนหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น แล้วคุณล่ะ เป้าหมายที่คุณกำลังไล่ตามอยู่คืออะไร และคุณพร้อมจะทุ่มเทเพื่อมันเหมือนที่ ‘พระเจ้า’ คนนี้ทำหรือยัง? คอมเมนต์แชร์เป้าหมายของคุณมาให้เราฟังหน่อย!"