อากาศเดือนเมษาร้อนระอุ ฝุ่นพิษทะลุปรอทที่เชียงใหม่ สัญญาณเหล่านี้มันบอกแล้วว่า "โลกของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"

ใช่ ไ่ม่เหมือนเดิมจริงๆ พลวัตของโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  ใครจะเชื่อว่าปี 2026 AI จะเข้ามามีบทบาทขนาดนี้  และใช่ โลกของเราเดือดขึ้นจริงๆ 

มนุษย์ก็ไม่สามารถที่จะนั่งมองโลกเดือดขึ้นทุกวันๆ ได้  โต้โผแรกๆ หนีไม่พ้นประเทศที่เจริญแล้วอย่างยุโรป ออกกฎระเบียบโลกใหม่ ที่ว่าด้วยเรื่อง ความเขียว  ใครปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์เยอะ เตรียมตัวโดนเก็บภาษีได้เลย  รวมถึงภาคการบินด้วย เครื่องบินลำไหนบินเข้ายุโรป ก็โดนกับเขาด้วย

ถ้ามองในมุมสายการบิน "จะลดยังไง" มันมีด้วยหรอน้ำมันที่ปล่อยคาร์บอนน้อยๆ เนี่ย คำตอบคือ มี มันชื่อว่า Sustainable Aviation Fuel (SAF) ชื่อภาษาไทยหล่อๆ ว่า เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน มันคือการนำขยะชีวภาพ ขยะชุมชน หรือน้ำมันทำอาหารที่ใช้แล้ว (Used Cooking Oil) ไปผ่านกระบวนการทางเคมี เช่น การเติมไฮโดรเจน เพื่อผลิตเป็น น้ำมันอากาศยานพาราฟินิกสังเคราะห์ (Synthetic Paraffinic Kerosene หรือ SPK) ซึ่งเมื่อนำไปผสมกับน้ำมันเจ็ทปกติในสัดส่วนที่เหมาะสม จะได้คุณสมบัติเทียบเท่า Jet A-1 โดยลดคาร์บอนได้สูงสุดถึง 80% เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้งานแทนน้ำมันเดิมได้ทันที โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์เครื่องบิน และสามารถผสม SAF กับน้ำมันเจ็ทปกติในสัดส่วนไม่เกิน 50% ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี 

ปัจจุบัน SAF มีราคาสูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป 1.5 - 3 เท่า ซึ่งนับเป็นอุปสรรคสำคัญของสายการบิน เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นประมาณ 31% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ขณะที่ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมีกำไรไม่มากนัก อยู่ที่ประมาณ 2.6 – 3.1%

การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงจะทำให้กำไรลดลง ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

ในประเทศไทยเองก็มีบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว มากกว่า 40 ปี อย่างบริษัท ธนโชค ออย ไลท์ จำกัด ที่ล่าสุดไปจับมือกับบางจากร่วมทุนกันผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนจากน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นรายแรกในประเทศไทย เบื้องต้นสามารถผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนด้วยได้สูงสุดประมาณ 1,000,000 ลิตรต่อวัน