วัยวุฒิ หรือ ระบบงาน? เมื่อ "ลำดับชั้น" กลายเป็นคอขวดของนวัตกรรม
เช้าวันหยุด เนื่องในวันแรงงาน ผมล็อกอินเข้าสู่ระบบสารบัญออนไลน์ เพื่อรีเช็คงานเอกสารในระบบ เนื่องจากไม่ได้เข้าโรงเรียนหลายวัน เขาว่ากันว่า ความเงียบสงบก่อนพายุมานั้น บอกเราได้ว่าพายุจะแรงขนาดไหน ยิ่งเงียบมาก ความรุนแรงยิ่งทวีคูณ
ความเงียบก่อนเปิดเทอมแบบนี้นั้นแหละ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมรีบเช็คว่ามีงานอะไรตกค้างอยู่ในระบบบ้างหรือเปล่า
พอได้ไฟล์บันทึกเอกสารงานมาจำนวนหนึ่ง อ่านเร็วๆ แล้ว ทักไลน์ไปหา ผอ. เพื่อขออนุญาตส่งต่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องที่เราพอรู้อยู่แล้วว่า งานเหล่านี้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ แต่หลังจากส่งงานให้ผู้เกี่ยวข้องเสร็จ 30 นาทีให้หลัง มีสายโทรศัพท์ ดังกลับมาถามเราว่า เอกสารทั้งหมดนี้ ผอ.รับทราบแล้วหรือยัง และขอไปเรียนปรึกษา ผอ.ก่อน เนื่องจาก มีงานบ้างส่วนที่เลยกำหนดส่งงานไปเรียบร้อยแล้ว และบางส่วนตัวเขาเอง ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เนื่องจาก เป็นครูผู้น้อย ขาด "วัยวุฒิ" และ "คุณวุฒิ"
ผมอยากลองชวนพวกเรามา วิเคราะห์ ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน เพื่อทำความเข้าใจสิ่งนี้ให้รอบด้าน ก่อนไปต่อ
วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นนี้ คืองานจะเดินได้ต่อเมื่อ "ผู้มีอำนาจ" สั่งเท่านั้น ทำให้บางครั้งเกิดช่องว่าง หรือสิ่งที่เรียกว่า คอขวดแห่งการสั่งงาน เมื่อคนสั่งไม่อยู่ หรือคนรับงานไม่กล้าขยับเพราะติดเรื่อง "วัยวุฒิ"
ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ งานตกหล่น งานเลยกำหนดส่งงาน หรือ เพราะทุกคนรอสัญญาณไฟเขียวจากจุดเดียว เหมือนรถที่ติดยาวเพราะรอตำรวจจราจรใจกลางสี่แยกคนเดียวตัดสินใจ
ระบบพื้นที่นวัตกรรม ในฐานะหัวหน้างานประกัน มีสิ่งที่เรียกว่า Workflow ที่บ่งบอกว่าระบบงานควรจะเริ่ม และสิ้นสุดที่ใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบในงานนั้นๆ บ้าง เพื่อให้ข้อมูลไหลไปถึงคนที่ใช่ ในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสม
ในการแข่งฟุตบอล วอลเล่ย์บอล บาสเก็ตบอล ทีมที่ชนะไม่ใช่ทีมที่ทุกคนต้องรอฟังโค้ชตะโกนสั่งทุกวินาที แต่เป็นทีมที่ทุกคนรู้ "บทบาท หน้าที่ และ กติกาของเกม" เป็นอย่างดี
ในร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ และระบบประกันคุณภาพแบบใหม่ เราเน้น "ผลลัพธ์ที่เกิดกับเด็ก" เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ "ลำดับชั้นของคนทำงาน" ซึ่งเป็นกำแพงที่ขวางกั้นนวัตกรรมในโรงเรียนได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งลำดับชั้นนี้สะท้อนวัฒนธรรมอำนาจนิยมในระบบราชการได้อย่างชัดเจน จุดที่น่าสนใจ คือ การหยิบเรื่อง คุณวุฒิและวัยวุฒิ ขึ้นมาเป็นเหตุผลประกอบ น่าจะเป็นกลไกในการปกป้องตนเองของการพยายามรักษาอำนาจเดิมตามระบบเอาไว้
การแก้ปัญหา งานที่เลย Deadline ไปแล้ว ไม่ได้แก้ได้ด้วยการหาคนผิดตาม แต่แก้ได้ด้วยการมีระบบรีเช็ค เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเป็นหัวใจของการประกันคุณภาพ
คำถามคือ วันนี้ "เราจะขับเคลื่อนโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมได้อย่างไร? ถ้าเรายังใช้ 'ความรู้สึกส่วนตัว' และ 'ลำดับชั้น' มาหยุดยั้ง 'ระบบงาน' ที่จะช่วยให้เราทุกคนทำงานง่ายขึ้น"
Comments