เมื่อวานใครมีบ้านใช้ไฟจากแนวสายไฟริมถนนจรัญสนิทวงศ์ อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ผิดปกติใดๆ กลับกันถ้าคุณอยู่บ้านที่ลึกเข้ามาจากถนน ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา การที่ฝนตกและหม้อแปลงระเบิดจนไฟฟ้าดับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากๆ จนกลายเป็นเรื่องที่เคยชินกันไปแล้ว
เมื่อวานเป็นอีกวันหนึ่งที่ฝนตกตอนกลางวัน และใช่ครับ ไฟฟ้าดับ! แถมเมื่อวานเป็นวันที่ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ "อันตรายมาก" ผู้ใหญ่บางท่านถึงกับต้องอาบน้ำกัน 3 รอบเพื่อคลายความร้อนไฟดับ สลับ ไฟตก มาๆ หยุดๆ ตั้งแต่ 11 โมง ยาวรวดเดียวมาจนถึงห้าโมงเย็น ระหว่างทางก็รายงานจุดไฟฟ้าดับในแอพพลิเคชั่นของการไฟฟ้าด้วยอีกทาง
ในช่วงที่ไฟตก ก้ไม่ค่อยจะกล้าเปิดแอร์ กลัวว่าเดี๋ยวจะเกิดความเสียหายกับคอมเพรสเซอร์ เหตุการณ์นี้ทำให้ฉุกคิดเรื่องการประกันคุณภาพ ขึ้นมาทันทีเลย
ในโรงเรียน ถ้าเราเปรียบเทียบ "ระบบงาน" เหมือนกับ "กระแสไฟฟ้า" ที่หล่ออเลี้ยงอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าในโรงเรียนของเราอยู่ ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่รู้ว่ามีตัวตน ถ้าระบบงานดี เปรียบเสมือน กระแสไฟฟ้าที่นิ่งวิ่งเรียบสนิท อุปกรณ์ต่างๆ จึงสามารถใช้งานได้ดี เปิดสวิตช์ปั๊บ ติด ใช้งานได้ ทุกคนแฮปปี้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ไฟตก เราไม่รู้เลยว่าอุปกรณ์ที่เราใช้งานจะมีประสิทธิภาพเต็มที่ตอนไหน
พูดให้เห็นภาพที่ชัดกว่านั้นคือ "ครู" ก็คือเครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้าระบบดี ครูทำงานได้ดี ถ้าระบบไม่ดี ครูมีสิทธิ์ Burnout คือ สอนวันละ 6 คาบไม่มีเวลาพักกินข้าวไป พร้อมกับต้องดูแลเด็กนักเรียนไปด้วย หรือบางที ไม่รู้ว่าต้องโดนดึงออกจากห้องเรียนตอนไหนที่มีงานด่วนแทรกเข้ามาระหว่างวัน พอระบบงานเป็นแบบนี้บ่อยเข้า เกิดอะไรไม่ได้ นอกจากครูหมดแรงจูงใจในการมาเป็นครู จากนั้นจะกลายร่าง ...จะเกรี้ยวกราด!
กลับมาที่เรื่องเมื่อวาน ระหว่างรอไฟฟ้าดับ ผมคิดว่าตอนไฟดับ การไฟฟ้า เค้าจะรู้มั้ยวะว่าไฟดับ หรือ ต้องรอให้คนกระหน่ำแจ้งเข้าไป? ถ้าเปรียบเทียบเหมือนกับคอมพิวเตอร์ IT คงต้องมานั่งไล่เช็คว่าปัญหาเกิดจากอะไร เสียงพัดลมที่ดังผิดปกติ ใช่ต้นเหตุของคอมที่อืดกว่าปกติมั้ย หรือว่า มีโปรแกรมไม่ได้รับเชิญเปิดตัวเองทุกครั้งที่เปิดเครื่อง และกินทรัพยากรในเครื่องตลอดเวลา ถ้าใช่ ก็ค่อยมาวิธีการในการปิดมันซะ
ที่เล่ามาทั้งหมดไม่ได้ต้องการบอกว่า หลักการของการประกันคุณภาพ ไม่ใช่มองหาว่า "ใคร" เป็นคนผิด แต่ต้องการชี้ว่า "อะไร" คือสิ่งผิดปกติในระบบที่ส่งผลในการดำเนินงานมัน "สะดุด" จนไฟตก
ใช่ หลักสูตรมั้ย ที่มันเก่าจนมันต้านทานกระแสโลกไม่ไหว ใช่ วิธีการสอนมั้ย ที่มันทำให้ประเทศขาดนวัตกรรมไปสู้กับประเทศอื่นๆ ใช่ การวัดผลมั้ย ที่มันทำให้เด็กสอบเสร็จแล้วลืมเนื้อหาทุกอย่างทันทีที่ออกจากห้องสอบ
สุดท้ายในฐานะ "ช่างไฟฟ้าประจำโรงเรียน" หน้าที่หลักของครูอีกหลายๆ คนที่ต้องแบกภาระนี้ไว้ คุณต้องมั่นใจว่ากระแสไฟฟ้า ต้องนิ่งและเสถียร์ ที่สุด เพื่อที่เมื่อครูเปิดสวิตช์จะมั่นใจได้ว่า แสงสว่างนั่นจะสามารถส่งต่อไปถึงตัวนักเรียนทุกๆได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย
วันนี้กระแสไฟฟ้าของคุณ เดินเรียบ เต็มสายดีอยู่ไหมครับ? หรือเรากำลังฝืนเปิดแอร์ตอนไฟตกจนคอมเพรสเซอร์ ร้องขอชีวิตกันอยู่ครับ
Comments