對這個世界,僅剩痛恨與憤怒。
ไม่ใช่บอกว่าโลกเต็มไปด้วยความโกรธและเกลียด แต่ตัวเองนี่ล่ะที่รู้สึกแบบนั้น มองไปทางไหนก็มีแต่ความสิ้นหวัง หดหู่ การเอาเปรียบของนายทุน การคอรัปชันของภาครัฐและเอกชน การแก่งแย่งกันเองของคนในสังคม การปลุกระดมความเกลียดชังต่อฝ่ายตรงข้าม การไม่สนใจศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม กระทั้งกฏหมายของผู้มีอำนาจ การที่ผู้คนปากบอกว่าไม่โอเค แต่ขณะเดียวกันก็บอกว่ามันเป็นแบบนี้ล่ะ ทำอะไรไม่ได้ สิ่งเหล่านี้สร้างความอึดอัดและสิ้นหวังแบบไม่มีทางออก
เดิมที่ก็รู้สึกว่า "ชีวิต" นี้มันยากและแปลกแยกพอแล้ว จากการที่ต้องอยู่ในระบบสังคมที่ ทุกคนต้องเก่ง ต้องโดดเด่น ต้องมีชื่อเสียงหรือทำตัวให้คนรู้จักมากที่สุด สังคมที่บูชาความสำเร็จจากทรัพย์สิน ชื่อเสียง และอิทธิพล สังคมที่มองกันแค่ว่าใคร "มี" มากกว่ากัน ตามมาตรฐานสังคม
พยายามอย่างมากที่จะยึดมั่นความเชื่อตนเอง ว่าไม่จำเป็นที่ต้องวิ่งตามสิ่งเหล่านั้น เราเลือกกำหนดนิยามความสำเร็จของตนเองได้ เลือกได้ว่าชีวิตที่ดีของเราคืออะไร โดยที่ไม่ต้องไปสนใจตัวชี้วัดภายนอกจากสังคมที่โถมใส่เราทุกวัน แค่นี้ก็ยากลำบากมากแล้ว เพราะยังไงก็ยังต้องอยู่ในสังคม ยังต้องเล่มเกมเดียวกับทุกคน เพียงแต่ก็พยายามเต็มที่ที่จะสร้างกติกาของตนเอง ในโลกเล็กๆ ของตนเอง ชีวิตทุกวันอยู่อยากยากลำบาก
พอมาเจอเรื่องของรัฐ สังคม ว่าสิ่งต่างๆ มันกำลังพังทลายลงขนาดไหน ยิ่งเสริมความหดหู่ สิ้นหวัง และความรู้สึกว่าจะดำรงอยู่ไปทำไมของตนเองยิ่งขึ้นไปอีก ไม่เคยคิดอยากหายไปจากโลกนี้ ไม่รู้สึกว่าการทำแบบนั้นคือสิ่งที่ช่วย แต่มันก็ทำให้หาความรู้สึกอยากอยู่ต่อหรือการมีความสุขในชีวิตมันหายไปหมดจริงๆ 生存的意志都徹底消失了
ไม่ว่าจะพยายามหาอะไรมาช่วยทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันยังมีหวัง มีสิ่งที่จรรโลงใจ ก็ทำได้ชั่วคราว เพราะเมื่อมองกลับมาก็ยังพบกับสิ่งเดิมๆ ที่ดูดพลัง และทำลายทุกศรัทธาที่เคยมีให้กับมนุษย์และโลกไปนี้
ไม่ได้บอกว่าตัวเองดีเลิศ สมบูรณ์แบบ และไม่ได้บอกว่าตนเองคิดถูกต้อง เชื่อว่าทุกคนต่างมีความคิดของตนเองได้ เชื่อว่าทุกคนมองว่าตนเองกระทำถูกต้อง ไม่ว่าคนที่โกง ก็จะมองว่าการโกงนั้นสมเหตุผลในมุมของตนเอง และตัวเองก็เช่นกันที่ก็รู้ว่าความคิดของตนเองอาจไม่ถูกต้อง แต่มันสมเหตุผลสำหรับตนเอง แต่มันช่างยากเหลือเกินที่ต้องติดอยู่ในสังคมที่ทุกอย่างมันขัดกับความรู้สึกไปทั้งหมด ยากจริงๆ
มันเป็นแค่การบ่น เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วก็ยังต้องมีชีวิตต่อไป เคยอ่านเจอจากหนังสือสักเล่ม แม้จะจำไม่ได้ว่าจริงๆ มันเขียนว่าอะไร แต่ใจความคือ "เมื่อเราตระหนักรู้บางอย่างแล้ว การจะกลับไปไม่รู้เหมือนเดิมมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ความทุกข์หรืออึดอัดที่เกิดขึ้นจากการรับรู้นั้น ก็เป็นเสมือนรายจ่ายที่ผู้นั้นต้องชดใช้" 這個代價真的沉重無比
การพยายามมีชีวิตที่สมเหตุผลสำหรับตัวเองช่างเหนื่อยเหลือเกิน
Comments