ทำๆ ไปเถอะ อย่าไปคิดมาก พักหลังเราสังเกตุตัวเองเเละค้นพบว่า เรามีความเชื่อที่ขัดเเย้งกันนิดหน่อยระหว่างการวางแผนคิดทุกอย่างในหัวจากนั้นค่อยลงมือทำกับอย่างที่ 2 คือลงมือทำๆไปเลย จากนั้นสิ่งที่เราตามหาจะเกิดขึ้นเอง
ตอนที่เราอยู่ในช่วงประถม - มัธยมต้น เราคิดว่าเราใช้ชีวิตอยู่ใน โหมดทำๆ ไปเถอะ อย่าไปคิดมาก เเต่ว่าพอเริ่มโตขึ้นเราก็จะเริ่มคิดมากขึ้น เราจะเริ่มสนใจความคิดของคนอื่นมากขึ้น เราจะสนใจว่าสิ่งที่เราทำมันจะเป็นที่ยอมรับรึเปล่า รวมถึงผมที่เขียนบทความนี่อยู่ก็คิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน พอเรายิ่งโตขึ้นไปขั้นนึงการทดลองลงมือทำอะไรใหม่ๆที่เราไม่เคยทำก็กลับกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นมาทันที เพราะว่าความคิดที่หนักอึ้งของเราเอง
จากนั้นก็จะมีคนพูดว่า ทำๆ ไปเถอะ อย่าไปคิดมาก นี่คงเป็นคำพูดของคนที่บอกให้เราหยุดคิดเเละเริ่มต้นลงมือทำอะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหนังสือ ทำเพลง ทำธุรกิจ เปลี่ยนสายงาน ออกกำลังกาย ยกเวท ไปวิ่ง เป็นคำที่บอกให้เราลงมือทำเดี๋ยวนี้ มันเป็นสิ่งที่ดี ในการลงมือทำอะไรซักอย่างแบบนี้เเต่ว่า การที่ทำตามคำพูดคนอื่นโดยที่เราไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ทำไมล่ะ ทำไมถึงเริ่มทำไปก่อนนั้นถึงดี เเรงในการทำสิ่งนั้นก็จะอยู่ได้ไม่นาน ( อันนี้อาจจะเป็นเเค่สำหรับเราคนเดียว ) เพื่อที่จะปลุกความกล้าในตัวเรา หรืออะไรก็ช่างเเต่อยากให้เราลงมือทำ เเต่เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมล่ะ ทำไมการที่เราทำๆ ไปเถอะ จะส่งผลดีให้กับเราในระยะยาวพร้อมทั้งทำให้คุณใ้ช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ่น ( ถ้ารู้ก็บอกผมด้วยนะ )
สมมุติว่าคุณกำลังจะเริ่มจะฝึกเป็นนักเขียน คุณจะเริ่มฝึกจากเขียนจากคำเเรก ประโยคเเรก เเละถ้าคุณรู้สึกไม่ชอบประโยคเเรกหล่ะ คุณก็จะลบมันทิ้ง จากนั้นคุณก็เขียนประโยคใหม่ เล่าเรื่องใหม่ ถ้าคุณไม่ชอบอีก คุณก็จะลบเเละกลับมาเริ่มต้นที่หน้ากระดาษที่ว่างเปล่าอีก ทีนี้คุณจะเริ่มรู้สึกว่าการเป็นนักเขียนนั้นมันไม่ง่ายเลย คุณเริ่มคิดที่จะหันหลัง เเต่ก่อนที่คุณจะทำอย่างนั้นผมอยากนำเสนอมุมมองหนึ่ง นั้นก็คือการที่มองความผิดพลาดในประโยคเเรก เเทนที่เราจะลบมัน ให้เราทำการแก้ไขโดยที่เราเขียนประโยคที่ 2 เพิ่ม ให้คุณดั้นด้นเขียนไปจนจบ paragarph ก่อน จากนั้นค่อยกลับมาอ่านรวมกันอีกทีนึง จากนั้นคุณยังอยากแก้ประโยคแรกอยู่รึเปล่า เพราะว่าหลายๆครั้งสิ่งที่สวยงามมักจากเกิดจากประโยคที่ 4-5 เเละสิ่งที่สวยงามเหล่านั้นมันเข้ากับประโยคแรกที่คุณอยากจะลบมันอยู่เลย
สวัสดีคับ เรานัทเก็ต ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ
เราอยากเล่าเรื่องการที่ตัวเองฝึกตีกอล์ฟ ตอนที่เราเป็นนักศึกษาเราได้มีโอกาสเรียนวิชา GOLF อาจารย์ผู้สอนมีความเป็นตัวเองสูงมาก เราได้เริ่มฝึกตีกอล์ฟกับเขา เเต่เขาไม่ได้สอนเรานะเขาบอกว่าคุณต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองจากคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกอล์ฟเลย มันจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในมุมของคนที่มองย้อนกลับไป โดยที่อ. ได้พาเราไปที่สนามไดร์ฟเเห่งหนึ่ง เขายื่นเหล็ก 7 มือซ้ายมากให้เราเพราะว่าเราถนัดซ้าย พร้อมกับลูกกอล์ฟ 2-3 ถาด เราก็ทำการจับไม้เเละทำการตีลูกให้โดน ซึ่งเเน่นอนว่าการเหวี่ยงไม้ครั้งเเรกของเรานั้นมันไม่โดนลูกกอล์ฟ อ.ยิ้มอ่อนๆ จากนั้นพูดว่า มึงตีจริงหรือว่าเเค่วอร์ม จากนั้นเพื่อนที่มาด้วยกันก็ขำ ตัวเราเองก็ขำ เราได้ทำการเหวี่ยงไปๆเรื่อย จนมีลูกนึงที่เราฟลุ๊คเข้าลูกดี ส่งผลให้ลูกกอล์ฟลอยไปประมาณ 70 หลา เราดีใจมากเลยสำหรับวันเเรกในการตีกอล์ฟของเรา จากนั้นมาเราก็ได้ฝึกตีกอล์ฟด้วยตัวเองมาซักพัก เรามีช่วงที่ห่างหายไปบ้าง เราพยายามอยู่เรื่อยๆ ทั้งลองผิดถูก เรียนรู้ผ่านคลิป youtube คลิปเเล้วคลิปเล่า เราก็ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างสวิงของเราอยู่ดี เเต่เมื่อเราทำการตีกอล์ฟไปเรื่อยๆ มันก็จะมีจังหวะที่เราเข้าใจถึง momentum การขยับที่เกิดขึ้นเองหลังจากการออกเเรง ground force คือความรู้สึกแบบนี้ จนสุดท้ายเเล้วเราก็จะสร้าง วงสวิงของเราได้สำเร็จมันภูมิใจเเละได้รู้เลยว่าข้อผิดพลาดทุกอย่างที่เราได้ทำมันมีความหมายทั้งหมด เราเเค่ต้องทำมันให้ดีขึ้นเเละอย่าหยุดทำมัน เราเชื่อว่ามันคุ้มค่าเเน่นอน

Comments