มีช่วงหนึ่งที่ผมเริ่มสังเกตตัวเอง ตอนที่รายได้เริ่มนิ่ง การเงินเริ่มสบาย ภาพรวมชีวิตเริ่มมีหลักประกันเพียงพอ ผมเริ่มมองคนที่กำลังเดือดร้อนทางการเงินด้วยความรู้สึกบางอย่าง ที่ตอนนั้นยังอธิบายไม่ถูก
มันไม่ใช่ความเข้าใจ และคงไม่ใช่ความเมตตาเสียทีเดียว มันคล้ายความคิดว่า ถ้าเขาทำแบบที่ผมทำ เขาก็คงไม่ลำบากแบบนี้ ฟังดูมีเหตุผล แต่พอคิดลึกลงไป มันอาจไม่จริงเสมอไป เพราะชีวิตคนเราไม่ได้เริ่มจากจุดเดียวกัน ไม่ได้แบกภาระเท่ากัน และไม่ได้มีพื้นที่ให้ตัดสินใจมากเท่ากัน
นั่นไม่ได้แปลว่าความพยายามไม่สำคัญ แต่มันแปลว่า ความพยายามของแต่ละคนให้ผลไม่เท่ากัน ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
ลองนึกภาพคนสองคนเริ่มต้นวัยทำงานพร้อมกัน คนแรกมีครอบครัวช่วยดูแลค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ไม่ต้องส่งเงินกลับบ้าน มีเวลาเรียนรู้เพิ่มเติมหลังเลิกงาน อีกคนทำงานสองที่ ส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน กลับถึงห้องดึก และแทบไม่เหลือแรงสำหรับอะไรอีก ห้าปีต่อมา คนแรกเติบโตเร็วกว่า รายได้สูงกว่า แล้วอาจพูดว่า “ก็แค่พัฒนาตัวเอง” “ก็แค่วางแผนการเงิน” หรือ “ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง”
ประโยคเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่ก็ไม่ได้จริงครบทั้งหมด
เพราะในโลกความเป็นจริง คนจำนวนมากไม่ได้ล้มเหลวเพราะไม่รู้ว่าควรทำอะไร เอาจริง ๆ หลายครั้งพวกเขารู้ครับ แต่ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อจะทำสิ่งนั้น สูงเกินกว่าที่คนนอกจะมองเห็น และในอีกด้านหนึ่ง ก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม ไม่ได้แปลว่าการตัดสินใจส่วนตัวไม่มีความหมาย วินัยยังสำคัญ การวางแผนยังสำคัญ การรับผิดชอบชีวิตตัวเองก็ยังสำคัญเหมือนเดิม
แต่สิ่งเหล่านี้ควรถูกพูดอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่พูดราวกับว่าทุกคนมีเวลา เงิน แรงสนับสนุน และโอกาสให้เลือกเท่ากันหมด
ปัญหาไม่ใช่การพูดความจริง ปัญหาคือการพูดความจริงจากสิ่งที่เรามองผ่าน
ถ้าเราเห็นแต่เรื่องนิสัย เราจะมองไม่เห็นโครงสร้าง แต่ถ้าเราเห็นแต่โครงสร้าง เราก็อาจมองข้ามพลังและการตัดสินใจของปัจเจก ความเข้าใจที่ดีจึงไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง “ทุกอย่างเป็นความผิดของคน” กับ “ทุกอย่างเป็นความผิดของระบบ” แต่คือการยอมรับว่า ชีวิตคนส่วนใหญ่ถูกกำหนดทั้งจากสิ่งที่เขาเลือกเอง และสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือก
มีประโยคหนึ่งที่ผมเคยคิดว่าจริงมาก คือ “ถ้าผมทำได้ แสดงว่าใครก็ทำได้”
แต่วันนี้ผมไม่แน่ใจแล้วว่ามันเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น หรือเป็นเพียงการเอาประสบการณ์ของตัวเองไปวางทับอย่างง่าย ๆ เพื่อให้รู้สึกว่าได้ช่วยเหลือคน ทั้งๆที่ กว่าจะมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตได้ มันไม่ได้มีแค่ความขยัน แต่มักมีทั้งจังหวะ โอกาส คนที่ช่วยพยุง และบางครั้งก็มีโชคที่เราเองยังมองไม่เห็น
แน่นอนแหละครับว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ความสำเร็จของเราด้อยค่าลง แต่มันควรทำให้เราถ่อมตัวมากขึ้น เวลาจะใช้ประสบการณ์ของตัวเองไปอธิบายชีวิตคนอื่น
ผมเขียนเรื่องภาษีและการเงินมานานพอจะเห็นว่า คนจำนวนหนึ่งไม่ได้ขาดความรู้เสมอไป แต่หลายคนขาด “พื้นที่” ที่จะใช้ความรู้นั้นได้จริง เห็นตั้งแต่การที่บางคนไม่ได้ไม่มีวินัย แต่รายได้ต่ำจนไม่มีช่องว่างให้วางแผน หรือ บางคนไม่ได้ไม่คิดเรื่องอนาคตแต่ปัจจุบันหนักเกินไป จนต้องเอาตัวรอดวันต่อวันก่อน ไปจนถึง บางคนอยากจ่ายภาษีถูกต้อง แต่ไม่รู้วิธีการที่ถูกต้องและไม่มีเวลาศึกษาอย่างถ่องแท้
เพราะฉะนั้น เวลาจะเตือนหรือให้คำแนะนำใคร บางทีคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “สิ่งที่พูดจริงไหม” แต่คือ “มันตรงกับเงื่อนไขชีวิตของเขาด้วยไหม” เพื่อจะให้เราเห็นว่า เขาสามารถทำได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่แนะนำเพื่อให้สิ่งนั้นสะท้อนถึงจุดยืนของเราที่อยู่เหนือเขา
เราไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อจะดูอ่อนโยน และไม่จำเป็นต้องไร้เมตตาเพื่อจะพูดทุกอย่างที่เราคิดว่าเป็นความจริง
ในทางเดียวกัน เราอาจพูดเรื่องความรับผิดชอบได้ พร้อมกับยอมรับว่าแต่ละคนรับภาระไม่เท่ากัน เรายังพูดเรื่องการวางแผนได้ พร้อมกับเข้าใจว่าบางชีวิตเหลือทรัพยากรให้วางแผนน้อยมาก และ เราอาจชื่นชมความพยายามได้ โดยไม่เอาความสำเร็จของตัวเองไปตัดสินว่าใครควรไปได้ไกลแค่ไหน
เพราะสิ่งที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การเลิกตัดสินคนอื่น แต่คือการสังเกตตัวเองว่า เมื่อไหร่ที่เราเริ่มเอาความมั่นคงของตัวเอง มาแปลผิดว่าเป็นความเข้าใจโลก เพราะการมีต้นทุนมากกว่าติดตัว และดีกว่าในจุดที่ยืนอยู่นั้น มันไม่ได้แปลว่าเราเข้าใจชีวิตมากขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่การไม่ยอมเห็นเลยว่าตัวเองยังมีอำนาจเลือกอยู่บ้าง ก็อาจทำให้เราอธิบายชีวิตได้ไม่ครบอีกด้านหนึ่งเหมือนกัน
ท้ายที่สุด..
คุณจะเก่งก็ได้ สำเร็จก็ได้ มั่นคงก็ได้ และควรภูมิใจกับมันด้วย แต่ความสำเร็จที่ดี ไม่ควรทำให้เราดูแคลนความทุกข์ของคนอื่น และความเข้าใจที่ดี ก็ไม่ควรทำให้เราลืมว่า ทุกคนยังต้องพยายามรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เท่าที่เงื่อนไขของชีวิตเปิดโอกาสให้เขาทำได้
ก่อนจะสรุปชีวิตใคร เราควรทำความเข้าใจให้มากพอ พอที่จะเห็นต้นทุนที่เขาแบกอยู่ เห็นเงื่อนไขชีวิตที่ผูกเขาไว้ และเห็นด้วยว่าเส้นทางของคนเรา
.
ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ด้วยความพยายามเพียงอย่างเดียว

Comments