สวัสดีทุกคนครับ

ผมได้อ่านหนังสือ "Think Simple คิดให้ง่าย ไม่คิดยาก" ของพี่โส หรือ โสภณ ศุภมั่งมี (สำนักพิมพ์ WeLearn) เล่มนี้เป็นหนังสือที่อ่าน "ง่าย" สมชื่อ แต่กลับทรงพลังในการปรับจูนสมองที่กำลังล้าจากความวุ่นวายครับ

.

นี่คือสรุปรีวิวในมุมมองของผมครับ ที่ได้ตระหนักเรื่องของการ "ตัดส่วนเกิน... เพื่อเพิ่มส่วนสำคัญ" ที่ค้นพบจากหนังสือเล่มนี้

.

เนื้อหาโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนเทคนิคการทำงานแบบ Hardcore แต่เป็นการรวบรวม "35 ผลึกความคิด" ที่ช่วยให้เราหยุดตั้งคำถามกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วกลับมาโฟกัสที่เป้าหมายจริงๆ โดยแบ่งหัวข้อครอบคลุมทั้งเรื่อง การงาน, ความสัมพันธ์, การเงิน และการดูแลจิตใจตัวเอง

.

จุดเด่นที่ทำให้เล่มนี้น่าอ่าน คือ ภาษาที่เป็นกันเอง พี่โสภณ (ผู้เขียน) เล่าเรื่องเหมือนรุ่นพี่ตบไหล่สอนรุ่นน้อง ไม่มีการใช้ศัพท์วิชาการที่เข้าใจยาก ทำให้เราอ่านจบได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง บทเรียนส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ตรง ทั้งช่วงที่ประสบความสำเร็จและช่วงที่ "พัง" ทำให้คนอ่านรู้สึกอินและเห็นภาพตามได้ง่าย

.

ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้สอนให้เราถอยออกมาดูภาพรวม (Zoom out) เพื่อให้เห็นว่าปัญหาที่เราแบกไว้อาจจะเป็นแค่เรื่องขี้ผงเมื่อเทียบกับเวลาทั้งชีวิต และให้โฟกัส (Zoom in) เฉพาะสิ่งที่ควบคุมได้เท่านั้น

.

สรุปแนวคิดที่น่าสนใจในเล่ม

.

เลิกทำตัวยุ่ง (Being Busy ≠ Being Productive) การยุ่งตลอดเวลาไม่ได้แปลว่างานเดิน บางครั้งความเรียบง่ายคือการ "กล้าปฏิเสธ" สิ่งที่ไม่ใช่ เพื่อเหลือเวลาให้สิ่งที่ใช่จริงๆ

.

ระบบสำคัญกว่าวินัย อย่าหวังพึ่งแค่พลังใจในการทำสิ่งยากๆ แต่ให้สร้าง "ระบบ" หรือสภาพแวดล้อมที่ทำให้เรื่องนั้นทำได้ง่ายขึ้นแทน

.

ความผิดพลาดคือข้อมูล อย่าจมกับความเสียใจ แต่ให้มองว่ามันคือ Data ชุดหนึ่งที่บอกว่า "ทางนี้ใช้ไม่ได้" แล้วก้าวต่อแบบคนที่มีข้อมูลมากขึ้น

.

โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่า เล่มนี้เหมือนการ "จัดบ้านให้สมอง" ครับ เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเก็บทุกอย่างมาคิดจนนอนไม่หลับ หรือคนที่รู้สึกว่าพยายามทำทุกอย่างแต่กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย หนังสือจะช่วยคัดกรองว่า "อะไรที่ควรทิ้ง" และ "อะไรที่ควรเก็บไว้" เพื่อให้เราใช้ชีวิตได้เบาขึ้นและไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเหนื่อยจนเกินไป

.

ถ้าคุณกำลังมองหาคู่มือ "ลดความซับซ้อน" ในชีวิต เล่มนี้คือคำตอบครับ


นี่คือการเขียนแบบ "ง่าย" ครับ ผมแค่ส่งคำสั่ง (Prompt) ไปใน AI เจ้าหนึ่งบอกว่าสรุปหนังสือ Think Simple ให้หน่อยเพื่อเอามาเขียนเป็นเนื้อหาให้น่าสนใจ และทั้งหมดคือผลลัพธ์ที่ได้ครับ

.

แต่ถ้าพูดถึงหนังสือเล่มนี้จริง ๆ ผมคิดว่าเราต้องทำความเข้าใจใหม่กับคำว่า "Simple" อีกสักที และอยากชวนทุกคนมาขบคิดเรื่องนี้กันอย่างจริงจังครับ

.

ผมคิดว่าหลายคนเข้าใจผิดว่า "เรียบง่าย" คือ "ความง่าย" แต่จริง ๆ แล้วเรียบง่ายที่ว่านี้ คือ ความเข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่ไม่ได้แปลว่าทำได้ทันทีหรือสบาย

.

นั่นแปลว่า ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่เรียบง่าย คุณต้องรู้จักกับวิธี "คิด" ที่จะทำให้ชีวิตคุณเป็นแบบนั้น ไม่ใช่คิดง่าย ๆ ว่าอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วจะเปลี่ยนชีวิตอะไรได้ทันที ไม่งั้นหนังสือพัฒนาตัวเองแบบนี้ไม่ออกมาให้คุณอ่านมานับร้อยนับพันเล่ม แต่ชีวิตคุณก็ยังเหมือนเดิม

.

โดยส่วนตัว เวลาผมจะอ่านหนังสือสักเล่ม ผมมักจะตัดสินใจด้วยเหตุผลสองอย่าง นั่นคือ คนเขียนเป็นใคร และ สิ่งที่เขียนอยู่นั้นมันน่าสนใจแค่ไหน สำหรับเล่มนี้ ผมตัดสินใจจากเหตุผลแรก

.

ใช่ครับ คนเขียน ชื่อ โสภณ ศุภมั่งมี (ต่อไปนี้ผมจะเรียกเขาว่า "พี่โส")


ผมไม่แน่ใจว่าผมรู้จักกับ "พี่โส" แบบจริง ๆ จัง ๆ เมื่อไร ถ้าให้ย้อนไปจริง ๆ ผมน่าจะเห็นผลงานเขียนของเขาผ่านแพลทฟอร์มสำหรับนักเขียนดั้งเดิมอย่าง Storylog ประกอบกับการแนะนำผ่านทาง "แชมป์" ซึ่งไม่่ใช่หมายถึงการแข่งขันอะไรนะครับ แชมป์เป็นชื่อคน และเป็นเพื่อนของผมอีกคนหนึ่งที่นำพามาให้ผมรู้จักกับพี่โสในตอนนั้น

และผมก็คุ้น ๆ ว่าพี่โสชวนให้ผมไปเขียนบทความผ่านเวป Bookster ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งผมก็ไปทำเรืองอะไรบางอย่างให้ดราม่าจากงานเขียนได้นิดหน่อย (นับเป็นความภูมิใจ) ส่วนสิ่งที่รู้เพิ่มมาตอนนั้นก็คือ พี่โสอยู่เชียงใหม่

และนั่นคือการที่ผมรู้จักพี่โสแบบผ่าน ๆ จนมารู้จักแกจริง ๆ ตอนที่ได้อ่านผลงาน The Nerd of Microsoft หนังสือบอกเล่ม ชีวิตคลุกวงในของโปรแกรมเมอร์ สายเลือดไทยในบริษัทซอฟท์แวร์ระดับโลกอย่าง Microsoft ซึ่งสนุกสนานและก็เมามันกับเรื่องที่แกเล่า

ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้เจอตัวจริงของแกเลยครับ แต่ก็เป็นเพื่อนกันในเฟสบุ๊ก แล้วก็เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่แกทำ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดธุรกิจ การเขียนหนังสือ การเขียนบทความ งานแปล ไปจนถึงได้มาเจอกันจริง ๆ ตอนที่แกมางานหนังสือบ้าง และสุดท้ายแกก็มาทำงานในบริษัทที่ผมเคยทำงานอยู่ ไปสู่การร่วมงานกับพี่หนุ่ม Money Coach และอื่น ๆ อีกมากมาย

ผมเขียนมาถึงตรงนี้ ไม่ได้จะทวงบุญทวงคุณอะไรพี่โสนะครับ เดี๋ยวแกมาอ่านจะเข้าใจผิด เพราะส่วนใหญ่ผมทำคุณอะไรกับคนไม่ค่อยขึ้นสักเท่าไร (ฮา)

ทั้งหมดนี้ที่เล่ามา ผมแค่อยากบอกว่า นั่นคือ คุณค่าระหว่างทางที่พี่โสแกสะสมมาจนเป็นหนังสือเล่มนี้ และก็น่าจะเป็นเล่มที่แกตั้งใจสุด ๆ ในการทำงาน

คำถามที่ผมอยากชวนถามทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คือ การออกหนังสือที่พูดถึงความเรียบง่ายสักหนึ่งเล่ม มันใช่เรื่องง่ายไหม ?


"เมื่อไรพี่โสจะลาออกวะ" ผมมักจะถามแกบ่อย ๆ เวลาเห็นแกวิ่งไปวิ่งมาระหว่างกรุงเทพเชียงใหม่ เพื่อทำงานที่แกรักอย่างในทุกวันนี้ (ผมคิดว่าพี่รักงานนี้นะพี่โส ฮา)

พี่โสตอบอะไรไม่รู้ แต่ไม่ได้ตอบแบบว่า กูไม่ออกแล้วจะเอาอะไรแดรกแน่ ๆ เพราะจริง ๆ ผมเชื่อว่าทางเลือกชีวิตที่แกเลือกนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิต โอกาส ความท้าทาย การย้ายเข้าเมืองหลวง และการเติบโตอะไรหลายอย่างที่แกเลือกได้

"อยากใช้เวลาอยู่กับลูกและครอบครัว" ผมไม่แน่ใจว่าตอนแกพูดแกขยับแว่นหรือเปล่า เพื่อเพิ่มความเท่ให้กับประโยคนี้อีกหน่อย แต่สิ่งที่แกเลือกและทำในวันนี้สำหรับผม มันคือ "ความเรียบง่าย" เหมือนกับสิ่งที่แกเขียนในหนังสือเล่มนี้

ข้อคิดทั้งหมดในแต่ละบท ไม่ได้บอกว่าคุณจะใช้ชีวิตให้สำเร็จอย่างง่าย ๆ แต่ชวนให้คุณกลับมาตั้งคำถามว่า "ชีวิตที่เรียบง่าย" ของคุณนั้นต้องการอะไรและเป็นแบบไหน ผ่านประสบการณ์ แนวคิด และสิ่งที่พี่โสแกมองเห็นจากการอ่านหนังสือและใช้ชีวิตมานานระดับนึง จนตกผลึกมาเป็นแนวคิดสำคัญให้กับเราได้อ่านกัน

ผมตั้งใจเขียนรีวิวหนังสือเล่มนี้โดยไม่เปิดเผยเนื้อหา ข้อคิด และอื่นใดที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้ เพราะผมคิดว่าสิ่งที่มีประโยชน์จริง ๆ คือการได้ครุ่นคิดถึงชีวิตตัวเองหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ

และผมเชื่อว่าถ้าคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะมีอย่างน้อยบทนึงที่ทำให้ชีวิตของคุณเรียบง่ายขึ้นอย่างแปลกประหลาด


ผมเขียนโพสนี้ขึ้นมา หลังจากที่เห็นหนังสือ Think Simple ขึ้นอันดับขายดี และเห็นความภูมืใจในหนังสือเล่มนี้ผ่านเฟสบุ๊กของพี่โสภณ

และมันเป็นคำตอบให้ผมเห็นชีวิตเรียบง่ายที่เขาเลือกใช้