ตอนนี้มีแต่คนบอกว่าเศรษฐกิจแย่ หนี้ครัวเรือนสูง หุ้นผันผวน ทองเอาไงดี สงครามที่มีก็ส่งผลกระทบต่อน้ำมัน แล้วน้ำมันก็ส่งผลต่อราคาข้าวของ
และทุกอย่างดูเหมือนจะแย่และแย่และแย่ แต่คุณทำอะไรหลังจากอ่านจบ
กดแชร์ กดไลค์ เตรียมใจให้พร้อม แล้วก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมต่อไป
ไม่ถูก ไม่ผิด ไม่มีปัญหา แต่สังเกตเห็นไหมว่าอะไรซ่อนอยู่
ปัญหาของข่าวร้าย ส่วนใหญ่ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่มันทำให้กลัวจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี
ผมไม่แชร์ในมุมมองข่าวร้าย แต่ผมแชร์ในมุมของพื้นฐานที่พอจะทำได้
ถ้าทำได้มาตลอดก็ยินดี แต่ถ้าไม่รู้จะทำอะไรก็ลองทำตามนี้ดู
- ถ้ารายได้ชะงักตอนนี้ อยู่ได้ไหม
ถ้าคำตอบคือไม่แน่ใจ หรือ ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ คำตอบที่คุณรู้ดีก็คือ เงินฉุกเฉิน
อย่างน้อย 3 เดือน อย่างดี 6 เดือน แต่ถ้าเจอวิกฤตแล้วตลกก็มีสัก 12
12 เดือนเหรอ ปีแม่งไปเลย โอเค เข้าใจตรงกัน มีดีกว่าไม่มี มีเยอะประมาณนึงยิ่งดี เพราะอุ่นใจ
อันนี้คือพื้นฐานที่ต้องทำก่อน
- หนี้ สิ่งที่คนมักมองข้าม
ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ หนี้คือสิ่งที่ทำให้คุณกลุ้มใจยิ่งกว่า
เช็คเงินในบัญชีทีไร อยากจะร้องว่ารวยไม่ไหวแล้ว แต่เปลี่ยน "ร" เป็นอย่างอื่น
ถ้าค่างวดหนี้ต่าง ๆ รวมกัน เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เป็นสัญญานว่า เฮ้ย เกินไปหรือเปล่า
หยุดสร้างหนี้เพิ่ม โดยเฉพาะหนี้บริโภค เตรียมจัดการ หนี้บ้าน ถ้าไม่ไหว เจรจาก่อนให้ไว หนี้รถ ไม่ไหวก็ขาย แล้วไปใช้รถไฟฟ้าแทน
อ่อ เพราะน้ำมันมันแพงใช่ไหม ไม่ใช่ EV นะ แต่หมายถึงรถไฟฟ้า BTS น่ะ
และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมาก อย่าก่อหนี้ใหม่เพื่อของที่ไม่จำเป็น
รายได้ลด ค่างวดไม่ลด ไมเกรนจะขึ้น ขาจะก่ายหน้าผากได้
- ลงทุนต่อ ไม่รอแล้วนะ
สำหรับคนที่มีเงินเย็น ถือเงินสดเยอะ จับจังหวะจัดการทุกอย่างได้ดี กำลังคันมือ
ถ้าคุณมีเงินเหลือ ๆ สบายใจ ก็อย่าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ด้วยเงินที่ต้องใช้ใน 3–5 ปีข้างหน้า
ถ้ากองฉุกเฉินยังไม่ครบ หรือหนี้ดอกสูงยังค้างอยู่ เงินก้อนนั้นไม่ควรไปอยู่ในหุ้นหรือกองทุน
ไม่ใช่ว่าลงทุนไม่ดี แต่ตอนนี้ลงให้ถูกที่มันสำคัญกว่า
และเตรียมใจไว้ด้วยว่า หุ้นที่ถืออาจลง 30–50% ในช่วงวิกฤติ เหมือนที่ผ่านมาทีเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง
ถ้าเห็นตัวเลขนั้นแล้วอดทนไม่ไหว ก็อย่าถือหุ้นเยอะเกินไป เอาที่พอดี ๆ
ส่วนคนที่เคลียร์สองข้อก่อนหน้านี้ไม่ได้ อย่าเพิ่งรีบลงทุนอะไรเพื่อหวังพลิกชีวิต
เพราะส่วนใหญ่มักจะพลิกคว่ำ ถ้าไม่เข้าใจและลงทุนไปแบบเร่งรีบ
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนมีคงมีคำถามว่า ที่พูดมาก็เหมือนเดิมเลยนี่จั้บ อันนี้พล่ามไปทำไม จะอวดฉลาดหรือไงเหอะ
คำตอบง่าย ๆ ก็คือ ใช่ครับ ไม่ว่าชีวิตจะเป็นแบบไหน
การเงินพื้นฐานก็ยังเป็นเหมือนเดิม ถ้าจัดการได้ดี ชีวิตก็รอดในทุกโอกาสและวิกฤต
วิกฤตเกิดขึ้นได้เสมอ โอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
คุณก็มีหน้าที่จัดการเงินไปตลอดเวลา จนกว่าวันสุดท้ายของชีวิต
โดยที่ไม่ภาษิตจนเกินไป ไม่ใช่โว้ย Panic ต่างหาก
ขอบคุณครับ

Comments