สำหรับผมแล้ว การเขียน คือ ยาขม
ทำไมผมถึงเรียก การเขียน ว่า 'ยาขม' นั้นก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
ในชั้นเรียน Paragraph Writing ซึ่งในเวลานั้นในแต่ละสัปดาห์อาจารย์จะให้เขียนงานเขียนอาทิตย์ละ 1 บทความ เรียนสนุก ลุกนั่งสบาย และไม่ต้องเข้าเรียนตามตาราง แต่มีบางสัปดาห์ที่อาจารย์นัดคลาสใหญ่เพื่อวิพากษ์งาน และแล้วในวันนั้นงานเขียนของผมก็ได้ รับเลือก ครับ แต่เป็นการได้รับเลือกที่วงแดงทั้งกระดาษ 555+ และในคาบต่อ ๆ มา การเขียนของผมก็เริ่มแข็งทื่อ ตัวผมเองก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย ขึ้นมาทันที กลายเป็นสิ่งที่เหนื่อยใจทุกครั้งที่ใกล้วันส่งงาน
ซึ่งปลายทางของรายวิชานี้ คือ C+ ครับ สุดยอดดด ไหนบอกว่า A แน่นะวิ
และนั่นคือ ยาขมเม็ดแรก ของผมครับ
คำว่า "ยาขม" ผมได้ยินครั้งแรกมาจาก อาจารย์ท่านหนึ่งสมัยมหาลัย ท่านได้กล่าวไว้ว่า
แคลคูลัส ต่อให้เป็นยาขม และผู้เรียนไม่อยากกิน เราในฐานะครูก็ต้องชี้ให้เห็นถึงสรรพคุณ
และยังมีอีกหลายคำกล่าวที่อาจารย์ได้กล่าวถึงในชั้นเรียนประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์อย่างเช่น
I think therefore I am.
ของ rene descartes นักคณิตศาสตร์แห่งยุคเรืองปัญญา (Age of Enlightenment) หรือแม้แต่
If I have seen further it is by standing on the shoulders of Giants 🌏
ของ sir. Isaac newton ผู้นิยามคำว่า 'แคลคูลัส' ในมุมของผมนั้น คือ การที่เรามองไปได้ไกลได้เพราะว่าได้เจออาจารย์หรือผู้ชี้แนะแนวทางที่ดี ซึ่งฟังดูแสดงถึงการถ่อมตัวของนิวตันพอสมควรเลยนะครับ
ซึ่งจิกซอว์แต่ละชิ้นล้วนเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ ที่เมื่อนำมาต่อเข้าด้วยกันแล้ว ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
และวันนี้ ผมก็ได้ยาเม็ดที่ 2 ที่มีชื่อว่า Midgard ผมเชื่อว่ายาเม็ดนี้ จะมีทั้งสรรพคุณและต่อให้มี ความขม ก็คงจะเป็นความขมที่ผมรับได้ ... ต้องของคุณแอดทอยมาก ๆ เลยนะครับ ที่ได้สร้างพื้นที่ให้ผมกลับมากล้าเขียนโดยไม่เขินอีกครั้ง
บทสรุป
บางครั้งหากเรารับยาเดิมนาน ๆ ก็ทำให้เกิดอาการดื้อยาได้ ... การเปลี่ยนยาตัวใหม่ ก็อาจจะช่วยทำให้ร่างกายที่คุณชินกับยาตัวเดิมได้ปรับตัวและรับยาตัวใหม่ตัวนั้น ที่มีชื่อว่า ยาแก้เขียน

Comments