จินตนาการถึงงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้า คุณต้องขึ้นพูดบนเวทีต่อหน้าพนักงานทุกคนของคุณ วันนั้นคุณจะพูดอะไร ?
นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่ พี่ป้อม ที่ปรึกษามาช่วยพวกเราหุ้นส่วน cofounders ในการทำ workshop เพื่อพัฒนา teamwork ทำงานร่วมกันได้ดีมากยิ่งขึ้น
พี่ป้อมบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่หุ้นส่วนที่เคยก่อร่างสร้างบริษัทมาด้วยกัน ถึงวันหนึ่งเป้าหมายแต่ละคนอาจจะเปลี่ยนไป บางคนอยากจะใหญ่ขึ้นขยายธุรกิจไปเรื่อยๆ บางคนอาจจะอยากอยู่เล็กๆ สบายใจไม่ต้องวุ่นวายและเหนื่อยมากแค่นี้ก็พอใจแล้ว บางคนเริ่มสร้างครอบครัวและไม่อาจจะรับความเสี่ยงสูงได้เหมือนตอนเริ่มทำใหม่ๆ บางคนอาจจะเบื่อแล้วอยากไปทำอย่างอื่นแทน
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ เมื่อเป้าหมายแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนและแตกต่างกันแล้วแต่ไม่มีการนั่งคุยกันดี ๆ มีแต่การถกเถียงไม่ลงรอยกันไม่รู้จบ เพราะเมื่อได้นั่งคุยกันดี ๆ จะได้หาทางออกร่วมกันได้ว่าเป้าหมายต่างกันแล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อดี
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ การมองภาระหน้าที่การทำงานที่ต่างกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องใช้เวลานาน เริ่มทำงานกันสักปีสองปีก็พอจะรู้แล้ว บางคนวันหยุดหรือพักร้อน ไม่เคยหยุดจริง ยังคิดยังตามทำงานตลอดเวลา เพราะเค้ามองว่า work is life, life is work ในขณะที่บางคน มองงานเป็นงาน วันหยุด พักร้อน ไม่ต้องการทำงานเลย ต้องมี work-life balance
ผมเคยทะเลาะกับหุ้นส่วนเดิม (ที่จากกันไปแล้วด้วยดี) เพราะเรื่องนี้ ในขณะที่หุ้นส่วนพักร้อน มันมี email สำคัญที่ถูกส่งให้หุ้นส่วนทุกคนเพื่อขอความเห็นโดยด่วน มีหุ้นส่วนที่ไม่เช็ค email เพราะบอกว่าพักร้อนอยู่ ผมสวนกลับไปว่าแต่ตอนผมพักร้อนผมเช็ค email ทุกวันนะครับ นั่นแหละตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของความแตกต่างในมุมมองการทำงานที่อาจจะกลายเป็นปัญหาได้
อีกเรื่อง ซึ่งจริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับใจความหลักของบทความนี้เท่าไหร่ แต่เกี่ยวกับการทำงานกับหุ้นส่วนเช่นเดียวกัน คือเรื่องการจัดหน้าที่และค่าตอบแทนให้ชัดเจน บางคนลงเงินเยอะทำงานน้อย บางคนลงเงินน้อยทำงานเยอะ บางคนหางาน บางคนต้องทำงานที่รับมาให้สำเร็จ ทุกหน้าที่มีความสำคัญหมดขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ ปัญหาจะเกิดต่อเมื่อต่างคนต่างประเมินงานของอีกฝ่ายต่ำกว่าความเป็นจริง และประเด็นคลาสสิคคือ หุ้นส่วนไม่ใช่พนักงาน แม้ทำงานดีหรือไม่ดี เราไม่สามารถไล่ออก เพิ่มตำแหน่งเป็นรางวัลให้ได้ ผมเห็นมาหลายบริษัทแล้วที่เจอปัญหานี้ เพื่อนต้องมาแตกทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้มาหลายต่อหลายที่แล้ว
หุ้นส่วนไม่ใช่พนักงาน และมีสำคัญพอๆ กับคู่ชีวิต เลือกแล้วเปลี่ยนยาก จนเลือกคนที่ใช่ และคอยเช็คเป้าหมายกันตลอด ถ้าทำถูกต้องพากันเจริญรุ่งเรื่องได้แน่ แต่ถ้าไม่ ก็เตรียมปวดหัว ปวดใจระยะยาวได้เลย

Comments