สำหรับเราที่เป็นเจ้าของถ้าปิดงานระดับ 50 ล้านบาทได้คงดีใจสุด ๆ ไปเลย แต่พี่ช้าง CFO ของ Omincom Group สอนใน session Decoding Finance for Effective Leadership พูดไว้ว่า 50 ล้านบาท เป็น Pass-through cost เท่าไหร่ ? credit term กี่วัน ? เผลอ ๆ billing 50 ล้านบาทนี่ขาดทุนด้วยไม่ใช่กำไร
เสียดายไม่ได้เรียนอะไรแบบนี้เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ไม่งั้นทุกวันนี้บริษัทน่าจะดีกว่านี้มหาศาล
“Finance is future. Accounting is the past.” และ Finance เป็นคณิตศาสตร์แค่ส่วนเดียว อ้างว่าไม่เก่งเลขเลยไม่ดู finance อันนี้ไม่ได้
ทุก agency ควรมีคนดูเรื่อง finance ถ้าใหญ่หน่อยยอดเกิน 100 ล้าน ควรมี CFO ใครที่บอกว่าก็มีฝ่ายบัญชีแล้วไงทำไมต้องมี finance ให้กลับไปดูที่ระบุข้างบน บัญชีกับ finance ไม่เหมือนกัน บัญชีคือการดูข้อมูลในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ finance คือการที่ต้องดูไปในอนาคต เพื่อบริหารทั้งความเสี่ยงและคาดการณ์การเติบโต
อีกเรื่องคือการหารูรั่ว หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อาจจะไม่จำเป็นและลดต้นทุนได้ ตัวเลขเหล่านี้สามารถหาได้ถ้ารู้ว่าต้องมองหาที่ตรงไหน
ตัวอย่างจากประสบการณ์พี่ช้างบอกว่าในวงการ agency ค่าใช้จ่ายการจ้าง Freelance เป็นค่าใช้จ่ายที่หลุดเยอะที่สุดหรือแม้แต่เป็นช่องทางให้คนข้างในทุจริตได้ หรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพราะการจ้าง freelance มาเสริมส่วนใหญ่คือเป็นงานที่คนข้างในทำได้แต่ทำไม่ทันเลยต้องไปจ้างข้างนอก เราต้องหาข้อมูลให้ได้ว่ามันจำเป็นจริงไหม และขั้นตอนการเลือก freelance ก็สำคัญมากเช่นกัน พี่ช้างเคยเจอเคสที่พนักงานจ้างตัวเองผ่าน nominee
Timesheets ยังคงเป็นวิธีเดียวในการคำนวนต้นทุนของ agency พี่ช้างเคยบริหารมาหลายที่ แม้ Network agency ใหญ่ ๆ ก็ยังไม่มีวิธีอื่นที่จะวัดว่าเนื้องานของ service agency จะวัดต้นทุนวิธีอื่นอย่างไรถ้าไม่ track ด้วย timesheet
พี่ช้างเคยไปถามเพื่อนที่อยู่ consult ใหญ่ ๆ เหมือนกัน พวกเขาก็ใข้ timesheet ซึ่งบางที่ถึงขนาดระบุว่าถ้าไม่ลง timesheet ถือว่าบกพร่องในหน้าที่เลย
ที่สำคัญ เราในฐานะ leader ต้องสื่อสารให้ทีมเข้าใจว่า Timesheet ไม่ได้มีไว้จับว่าใครทำงานเยอะใครทำงานน้อย แต่เพื่อดูว่าลูกค้าเจ้าไหนเรากำไรหรือขาดทุนอยู่ ซึ่งพี่ช้างเล่าให้ฟังว่า มีครั้งหนึ่งที่ลูกค้ารายใหญ่ไม่ต่อสัญญา กลับกลายเป็นว่าปีนั้นบริษัทมีกำไร

Comments