แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของอิสลามทุกวันนี้ไม่ได้สวยงามที่สุด จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่กลุ่มผู้กระทำได้อ้างชื่อว่ากระทำด้วยนามแห่งอิสลาม ไม่ว่าจะเป็น ISIS, Al-Qaida, Boko Haram, Houthis หรือกลุ่มอื่น ๆ จึงเกิดคำถามและข้อสงสัยมากมายในสายตาชาวโลกว่า ตกลงแล้วคำว่า ญิฮาด ที่แต่ละกลุ่มกำลังเรียกร้องมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่? ทำไมพวกเขาถึงต้องมาทำเรื่องเหล่านี้? ทำยังไงถึงจะหยุดคนพวกนี้ได้? สิ่งที่เหมือนและแตกต่างระหว่างกลุ่มญิฮาดิสต์แต่ละประเภททั่วโลกนั้นคืออะไร?
แรงจูงใจ ความเข้าใจ และการตีความในหลักการ ไปจนถึงอุดมการณ์ทางความคิด ปัจจัยทางการเมือง และปัจจัยอื่น ๆ ของญิฮาดิสต์แต่ละกลุ่มนั้นมีความแตกต่างกัน สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจคือ มันมีเหตุผลมากมายในชุดความคิดที่เป็นปัญหา ซึ่งนำไปสู่การตีความและความเข้าใจศาสนาที่คับแคบ
จริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในประวัติศาสตร์อิสลาม เราเคยมีกลุ่มที่ถูกเรียกว่า เคาะวาริจญ์ ในอดีต ที่นำความเข้าใจอิสลามประหนึ่งว่า ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับความเข้่าใจอิสลามของเรา ถ้าคุณไม่เห็นด้วยในทรรศนะทางการเมืองของเรา เรามีสิทธิ์ที่จะสังหารคุณ ซึ่งชุดความคิดแบบนี้มันมีอยู่ในมนุษย์ที่พบได้ในทุกลัทธิ ทุกความเชื่อ และทุกศาสนา
ความเสียหาย การคร่าชีวิต และโศกนาฏกรรมต่าง ๆ ตลอดประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การละเมิดสิทธิและชีวิตของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าคุณจะมีลัทธิ ความเชื่อ หรือศาสนาใด แม้คุณจะเป็นคนที่เชื่อพระเจ้าหรือไม่เชื่อพระเจ้าก็ตาม
ไม่ว่าจะเป็นสงครามครูเสด การรุกรานของจักรวรรดิมองโกล การก่อกบฎหรือล้มล้างอำนาจราชวงศ์ของจีน การคร่าชีวิตและขับไล่ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียและในทวีปอเมริกา ไปจนถึงการสังหารและค้าทาสในทวีปแอฟริกา
หายนะต่าง ๆ ที่นำโดยลัทธิอเทวนิยมในยุคร่วมสมัย อาทิ สงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งที่ 2 การยึดครองของชาวยิวไซออนิสต์ที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ กลุ่มพุทธขวาจัดในพม่าที่กระทำต่อชาวโรฮิงยา ฮอโลคอสต์ของนาซีฮิตเลอร์ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ซเรเบรนิตซา และสงครามกลางเมืองตามที่ต่าง ๆ อีกทั่วทุกมุมโลก
โศกนาฎกรรมที่กล่าวมาข้างต้น มนุษย์สามารถอ้างได้ว่าจะกระทำด้วยนามของปรัชญาหรือแนวคิดใดก็ได้ตามแต่ตนจะอ้าง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ชุดคำสอนของศาสนา แต่เป็นชุดความคิดที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ ซึ่งชุดความคิดแบบนี้พบได้ในทุกลัทธิ ทุกความเชื่อ และทุกศาสนา ด้วยความเข้าใจที่มีปัญหานี้เองที่นำไปสู่การบิดเบือนหลักการที่ทรยศต่อหลักการที่แท้จริง
ดังนั้นชุดความคิดที่มีปัญหาจึงอันตรายต่อมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าคนนั้นจะมาจากลัทธิ ความเชื่อ หรือศาสนาใดก็ตาม
อิสลามนั้นมีหนึ่งเดียว หลักการของอิสลามนั้นมาจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺ องค์ประกอบและความเข้าใจของมุสลิมที่มีต่ออิสลามมีทั้งส่วนที่เป็นฐานรากและกิ่งก้าน มีทั้งส่วนที่เป็นตัวบทรัดกุมชัดเจนและตัวบทที่มีความหมายโดยนัยซึ่งต้องอาศัยการตีความ
ความหลากหลายในการตีความตามหลักการอิสลามนั้นสำคัญ เพราะอิสลามนั้นมีประเด็นที่เปิดให้มีการตีความและมีทรรศนะที่แตกต่างกันได้ แต่เราต้องเข้าใจว่าในหลักการนั้นมีกรอบและขอบเขตที่ชัดเจนซึ่งละเมิดไม่ได้ การล้ำเส้นและละเมิดขอบเขตในการตีความบทบัญญัติ จึงเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจอิสลามที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง หรือแทบจะสวนทางกับหลักการของอิสลามเองเสียด้วยซ้ำ
สิ่งต่อมาที่ต้องเข้าใจคือวาระทางการเมือง ซึ่งต้องยอมรับว่าท้ายที่สุดแล้ว อำนาจต่าง ๆ ในโลกตะวันตกนั้นไม่ได้ให้ความยุติธรรมที่แท้จริงกับโลกมุสลิม ตรงนี้สำคัญมาก แน่นอนว่าเรามุสลิมประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่เราต้องกลับมามองตัวเองในฐานะที่เราเป็นมุสลิมที่ยืนอยู่ในโลก ไม่ว่าจะเป็นชนส่วนน้อยตามประเทศต่าง ๆ หรือในประเทศที่มุสลิมเป็นชนส่วนใหญ่ก็ตาม เราต้องรับมือทั้งกับทางรัฐและกลุ่มแนวคิดต่าง ๆ ของมุสลิมที่หลากหลาย
ถ้าจริงจังที่จะแก้ปัญหาจริง ๆ ต้องทำความเข้าใจและให้ความร่วมมือในวิธีที่เราจัดการกับปัญหา เรามีปัญหาที่ความเข้าใจในคำนิยามต่าง ๆ เรามีปัญหาที่การจัดกลุ่มในตัวบุคคล เรามีปัญหาในประเด็นทางการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้คนมากมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องและต้องรับผิดชอบต่อประเด็นปัญหาเหล่านี้
ญิฮาดิสต์แต่ละกลุ่มนั้นมีความแตกต่าง และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสภาพการณ์ เราจึงต้องเข้าใจพื้นภูมิของปัญหา ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในแต่ละพื้นที่ประกอบด้วย
การมาบอกเพียงว่า นี่คือความรุนแรง เราขอประณามการฆ่า เราขอประณามการลุกฮือต่อต้าน นั้นไม่เพียงพอ เพราะมันมีปัจจัยแวดล้อมที่บ่มเพาะพวกเขาสู่การแสดงออกที่รุนแรงแบบนี้ คนพวกนี้มีเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงทำอย่างนั้น ทำไมพวกเขาถึงฆ่า ทำไมพวกเขาถึงออกมาต่อต้าน แน่นอนว่าเราประณามความรุนแรงได้ แต่แค่ประณาม หรือมานั่งนับว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมดเท่าไหร่ มันไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมดได้ เราต้องขยับไปให้ไกลกว่านั้นมาก
ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องนำเสนอความเข้าใจที่ถูกต้องของอิสลามพร้อมกันไปด้วย เราต้องปฏิเสธและคัดค้านกับความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของกลุ่มญิฮาดิสท์เหล่านั้น หรือแม้แต่สื่อหรือคนที่ไม่ใช่มุสลิมเองก็มีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องกับความหมายในคำศัพท์ต่าง ๆ เช่นคำว่า ญิฮาด นั้นไม่ได้หมายถึงการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ตามที่สื่อมักนำเสนอ หรือตามที่หลาย ๆ คนมักเข้าใจ
คำว่า ญิฮาด นั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งและกว้างขวางกว่าที่สื่อนำเสนอกันมาก เพราะคำว่า ญิฮาด นั้นเป็นกรอบคิดที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ในอิสลาม เป็นเกียรติที่ทุกคนจะต้องถือปฏิบัติเพื่อรับใช้และดำรงอยู่ในศาสนา ซึ่งมีตั้งแต่ความพยายามเพื่อจัดการกับสภาพจิตใจของตัวเองในระดับปัจเจกบุคคล ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและให้ความช่วยเหลือคุณประโยชน์ในระดับสังคมทั้งหมด
เราจึงต้องระมัดระวัง เมื่อมันมาเกี่ยวข้องกับความเข้าใจศาสนา ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ครอบคลุม และถูกต้อง และเช่นเดียวกันเมื่อมันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง เรายิ่งต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เราจะมาตัดสินตามภาพที่เห็นอย่างฉาบฉวยไม่ได้
สื่อจึงจำเป็นต้องนำเสนอจากปากเสียงอีกด้านหนึ่งของมุสลิมให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงไปโฟกัสนำเสนอแต่ความรุนแรงสุดโต่งเพื่อสร้างวาทกรรมที่ผิดเพี้ยนไปจากอิสลาม แล้วมาบอกเราว่าคุณออกปากออกเสียงไม่ดังพอ เราเชื่อว่าสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำตอนนี้คือ อย่างแรกเราต้องมีการให้ความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจนในเรื่องของหลักการอิสลาม ญิฮาดคืออะไร? ทำไมต้องญิฮาด? และทำไมญิฮาดิสต์เหล่านั้นถึงใช้แนวคิดของคำว่าญิฮาดหรือรัฐอิสลามไม่ถูกต้อง? เราจำเป็นต้องทำให้ผู้คนได้ยินและรับรู้มากกว่านี้ ว่าจริง ๆ แล้วสาสน์ที่แท้จริงที่อิสลามต้องการนำเสนอคืออะไร
ต่อมาคือเราต้องทำความเข้าใจในชุดความคิดของคนเหล่านี้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต พวกเขาไม่ใช่พวก รากฐานนิยม (fundamentalists) ตามที่สื่อเรียก เพราะว่าคำว่า "รากฐาน" ในทัศนะอิสลามถือว่าเป็น ทางสายกลาง ในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่เราเรียกพวกเขาว่าพวก ตัวอักษรนิยมที่มีทิฐิทางความคิด (dogmatic literalists)
เราจำเป็นต้องมีปราชญ์ผู้รู้และนักวิชาการมุสลิมที่ออกมาให้ความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจน ว่าการตีความและความเข้าใจอิสลามที่คับแคบเหล่านี้ไม่ถูกต้องอย่างไร และแทบจะสวนทางกับอิสลามถ้าพวกเขามีเป้าหมายในการนำความเข้าใจเหล่านี้ไปสู่ความรุนแรงที่อธรรม
สุดท้ายการออกมาพูดเรื่องอิสลามอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะมันง่ายเกินไปแค่เพียงออกมาพูดเรื่องอิสลามแล้วจะแก้ปัญหาได้โดยไม่คำนึงถึงบริบททางการเมือง เราต้องมีความชัดเจนว่าอิสลามแบบไหนที่ถูกต้อง ที่เราส่งเสริม และเราจะต้องไม่ไร้เดียงสาหรือทำตัวโลกสวยในการเผชิญหน้ากับบริบทความเป็นจริงเมื่อมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
สรุปและเรียบเรียงโดย: Sh.Budhavajana
เผยแพร่ครั้งแรก: August 18, 2015
Reference: “Jihad.” BBC Global with Matthew Amroliwala, featuring Usama Hasan, Myriam Francois-Cerrah, Tariq Ramadan, and Aliyu Musa, BBC Global, 18 Dec. 2014.

Comments