คำถามของเคนจิ บีบบังคับให้ผมต้องกลับไปจ้องมองปีศาจของตัวเองในกระจกอีกครั้ง ใจหนึ่งผมพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่า "มันเป็นแค่อุบัติเหตุรถชนที่ทุกคนมีโอกาสเจอ ผมก็แค่ซวยที่ไปอยู่ตรงนั้น ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย" แต่ทันทีที่คิดแบบนั้น ลำคอก็ร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟลวก ความเจ็บปวดได้บังคับให้ผมต้องมองลึกลงไปในดวงตาของปีศาจ... จนภาพในอดีตคืนนั้นย้อนกลับมา

ผมเห็นตัวเองก้มหน้ามองมือถือ ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญใดๆ แต่เพราะผม "เลือกที่จะหนี" ผมจงใจใช้หน้าจอมือถือเพื่อทำเป็นมองไม่เห็นขอทานคนนั้น... ผมไม่อยากรู้สึกผิด ไม่อยากยื่นมือไปช่วยเหลือทั้งๆ ที่ผมช่วยเขาได้ ผมเลือกที่จะปกป้องความสบายใจของตัวเองและเมินเฉยต่อความยากลำบากของคนที่อยู่ตรงหน้า นั่นแหละคือ "ความเห็นแก่ตัว"

"ฉันรู้แล้ว..." ผมกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือ "แกเกาะฉันเพราะฉันเป็นคนเชิญแกเข้ามาเอง เป็นคนยอมให้แกจิกไหล่ไว้เพื่อจะได้บอกกับตัวเองว่าฉันเป็น 'เหยื่อ' ของโลกใบนี้ และเพื่อที่จะไม่ต้องกลับไปรับผิดชอบความจริงที่ฉันมันขี้ขลาดและเห็นแก่ตัวมาตลอด" ทันทีที่ผมพูดความจริงที่น่าเกลียดที่สุดออกมา ปีศาจยักษ์บนบ่าก็แผดเสียงกรีดร้อง ร่างของมันสูญเสียพลังและ หดตัวเล็กลงเท่าลูกแมว ทันที

ความรู้สึกที่ลำคอคลายตัวออก ทิ้งไว้เพียงความโล่งเบาสบายอย่างที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน ผมเดินออกไปและมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังแผดเสียงตวาดใส่พนักงาน บนขมับของเธอมีปีศาจ "แมงมุมสีแดง" เกาะติดแน่น คอยฉีดพิษแห่งความเครียดและบีบให้เธอต้องสาดอารมณ์ใส่คนอื่น เพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้

แทนที่ผมจะรู้สึกรำคาญหรือตัดสินเธอเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น ผมกลับพูดออกไปตามตรงว่า "คุณคงไม่ได้ตั้งใจจะใจร้ายหรอก... คุณแค่กำลังแบกเรื่องหนักๆ ไว้จนเหนื่อยเกินไปใช่ไหมครับ" คำพูดที่ปราศจากการเสแสร้งนั้น ทำให้ปีศาจแมงมุมสีแดงชะงักและคลายกรงเล็บออกชั่วคราว และปีศาจจิ๋วบนบ่าผม ตัวมันก็เริ่มค่อยๆ จางลง

ทันใดนั้น ชายผู้ไร้ปีศาจได้เดินมาหาผม เหมือนคอยมองผมอยู่ห่างๆ มาสักพัก "คุณเริ่มจัดการกับปีศาจตัวเองเป็นแล้วนะครับ" เขายิ้มพลางยื่นแผนที่ให้ผม "ลองไปที่ ห้องสมุดลับ ท้ายเมืองดู ที่นั่นอาจมีคำตอบที่คุณต้องการ"