หลังจากที่ผมรวบรวมความกล้า กำลังจะเดินไปหาผู้ชายคนนั้น กลับมีมือใครบางคนมาคว้าแขนผมไว้ ผมหันไปมอง และได้พบชายที่มีใบหน้าซูบโทรมหมดเรี่ยวแรง เขาได้บอกกับผมว่า "ถ้ายังไม่พร้อมรับมือกับความจริงที่น่ากลัวกว่าปีศาจของคุณ อย่าได้ไปยุ่งกับเขาเลย..." เขาเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ผมจ้องมองเขาด้วยความตื่นตระหนก "คุณเห็น... ปีศาจของผมด้วยเหรอ?" เขาพยักหน้าพร้อมชี้นิ้วไปยังด้านหลัง ผมจึงได้เห็นว่าเขามี "ปีศาจซากฟอสซิวขนาดมหึมา" ผูกติดกับหลังของเขา มันหนักเสียจนทำให้เขาแทบเดินไม่ไหว

แคร่ก...แคร่ก... เสียงกระดูกแทบจะปริแตกทุกครั้งที่เขาขยับ "ผมชื่อ เคนจิ ผมรู้ดีว่าปีศาจพวกนี้โตมาจากอะไร ผมรู้สิ่งที่มันต้องการทุกอย่าง มันไม่ได้ผิดอะไร แต่ตัวผมเองที่เป็นฝ่ายผิด ผมไม่มีความกล้าพอที่จะยอมปล่อยวางอดีตอันเลวร้ายเหล่านี้ทิ้งไป ผมยอมแพ้ให้กับมันไปนานแล้ว" น้ำเสียงที่อิดโรยของเขาทำให้ผมรู้สึกสะเทือนใจ "ทำไมคุณถึงไม่กล้าปล่อยมันล่ะ?" ผมถามเขาตรงๆ ด้วยอำนาจของคำสาปที่บังคับให้ผมต้องถามในสิ่งที่คิดจริงๆ โดยไม่ทันได้คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น

เคนจิชะงักไป เขาจ้องมองไปที่กระจกข้างเคาน์เตอร์ด้วยแววตาสมเพชตัวเอง "เพราะถ้าไม่มีอดีตอันเลวร้ายพวกนี้... ผมก็ไม่รู้น่ะสิ ว่าผมเป็นใคร แต่เอาเถอะ คุณเลิกสนใจเรื่องของผมก่อน แล้วกลับไปดูปีศาจบนไหล่ของตัวเองให้ชัดๆ ว่า 'ต้นเหตุจริงๆ' ที่คุณไม่ยอมหยุดเลี้ยงมันสักที คืออะไรกันแน่" เคนจิเดินจากไปพร้อมกับ เสียงลากซากฟอสซิลที่ครูดไปกับพื้นไม้ ทิ้งให้ผมอยู่กับคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงกระซิบของปีศาจขี้ขลาดที่เริ่มเอากรงเล็บมาจิกไหล่ผมอีกครั้ง