เมื่อปีที่แล้วผมได้ซื้อคอมประกอบมาใหม่ เป็นช่วงเดียวกันกับ spotlight เริ่มลงที่ Linux เมื่อ Pewdiepie และ 9arm ลง content ใน Youtube ว่าเขาได้ลง Linux และกระแสด้านลบเริ่มโจมตี Windows 11 มากขึ้น
จึงเป็นช่วงเวลาอันดีที่จะได้เปิดใจลองสิ่งใหม่ๆ ดูว่ามันจะพาเราไปได้ถึงไหน
แต่ต้องออกตัวก่อนว่า นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวทั้งหมด ไม่ได้เป็นคำแนะนำที่ดีอะไร หากเป็นประโยชน์มากน้อยก็กราบขอบคุณอย่างลึกซึ้ง
ระบบปฏิบัติการ Linux
Linux เป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐาน Unix โดย Linus Troval ในปี 1991 จุดประสงค์คือ เข้าต้องการสร้างระบบปฏิบัติการที่ผู้พัฒนาสามารถนำไปใช้ได้ฟรีและสามารถมีส่วนร่วมพัฒนาระบบได้ (open-source)
โดยปัจจุบัน Linux ได้เข้าไปเป็นเบื้องหลังของ Web Server เป็นพื้นฐานของ Smart Phone บน Android ทุกๆ เครื่อง และเป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้
โดยตัว Linux เองมี kernel ควบคุมการทำงาน Hardware แต่ละส่วน GNU มาเป็นตัวกลางให้ผู้ใช้งานควบคุมด้วย Interface App หรือ Command Line Shell และถูกพัฒนาต่อยอดไปเป็น Linux distribution (Distro) ต่างๆ ที่สามารถลงในเครื่องใช้งานได้คล้ายกับการลง windows แต่ละ Distro จะมี 2 ประเภท คือ สำหรับการใช้งานเป็น free source เช่น Linux Mint, Ubuntu, Fedora หรือ Arch Linux และสำหรับใช้เชิงพาณิชย์ เช่น Red Hat Enterprise Linux หรือ ChromeOS
Every day usage ใช้ Linux ทำอะไรได้บ้าง
การใช้งาน Linux ทั้งหมดของผมจะพาไปเริ่มตั้งแต่ลง Distro ที่ใช้งาน จนถึงความคิดเห็นการใช้งานในมุมต่างๆ หลังใช้มา 1 ปีเต็ม
ติดตั้ง Linux Distro ที่ถูกใจ
ตัวเลือกใน Linux Distro นั้นมีให้เลือกมากมาย จัดลำดับได้ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งานง่าย ติดตั้งเสร็จก็สามารถใช้งานได้เลย ไปจนถึงต้องปั้นให้ออกมาเป็นหน้าตาที่อยากใช้งานบน Terminal ด้วยตัวเองทั้งหมด
ผมเริ่มด้วย Ubuntu เพราะเคยได้ลองใช้เมื่อนานมาแล้วแต่ยังไม่เข้ามือ จึงเลือกมาแก้มือและเปิดใจลองใช้อีกครั้ง และสำหรับคนที่อยากมีความเป็น Windows อยู่บ้าง ทำงานไม่ต้องผ่าน Terminal เยอะก็เลือกเป็น Linux Mint ได้
หากมาทางสายเกมเมอร์ตัวจริง มี Pop!_OS ที่รีวิวจากผู้ใช้งานอื่นแนะนำ สามารถลองใช้งานกันได้
อย่างแรกที่ทำคือหา SSD NVMe ที่ไม่ได้ใช้มาใส่เพื่อลง Ubuntu โดยเฉพาะ ตัว Linux เองจะมีหน้าจอให้เลือกก่อนว่าจะ boot เข้า Windows หรือเข้า Distro ที่ลงไว้ได้ ทำให้สามารถสลับใช้งานได้ และไม่ต้องเจอปัญหาการแบ่งพื้นที่ที่ลง Windows มาไปลงผิดทับ Windows ที่ใช้งานอยู่จนข้อมูลหาย
ลงเสร็จก็สามารถใช้ได้เลย แต่จะมีวิธีปรับให้หน้าตาและเพิ่มเครื่องมือเสริม Productivity ซึ่งใน Youtube จะมีสอนให้ตั้งแต่การปรับ Taskbar ลง backup tools สำรองไว้กรณีปรับระบบปฏิบัติการแล้วพัง ตั้ง Shortcut ปรับรูปแบบไอคอน ธีมสี กรอบโปรแกรม Transition Animation สามารถเปิดดูหาไอเดียแล้วมาปรับแต่ได้ตามสไตล์ของตัวเอง

การทำงานบน Linux
งานหลักๆ ที่จะใช้คือเขียนคำสั่ง Python สร้างโปรเจคนอกส่วนตัว เขียนบทความ ตัว Linux เองก็รองรับงานประเภทนี้ได้อย่างดี จากที่ไม่ค่อยได้ใช้ Shell ก็ใช้จนคล่องมือ ใช้งาน basic shell ทำงานจัดการ working directory ได้ diagnose ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไข และเป็นทางเปิดให้เรียนรู้การใช้งาน Git เบื้องต้นได้อย่างดี ส่วนงานเขียนบทความจะใช้ Web App อย่าง Notion เอามากกว่า
ในเรื่องโปรแกรมการใช้งานเองก็ยังเป็นข้อจำกัดอยู่เหมือนเดิม อย่างการใช้ MS Office ก็พอจะใช้ Web App ทำงานได้อยู่บ้างแต่ถ้าให้จริงจังก็ยังไม่ค่อยแนะนำอยู่ดี หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ Enterprise License App จริงๆ อย่าง Adobe ก็ต้องทำใจเพราะไม่สมามรถใช้งานได้
ในทางกลับกัน ถ้าไม่ยึดติดกับตัวแอพเองแล้ว บน Linux ก็มีนักพัฒนาโปรแกรม Open Source อยู่ที่ทำโปรแกรมให้คล้ายกับของ Enterprise เพื่อใช้งานทดแทนได้ อย่างเช่น Word Excel ใน MS Office ตัดต่อรูปภาพ GIMP ก็พอใช้แทน Adobe Photoshop ได้ หรือคุ้นชินการตัดต่อวิดีโอบน Premiere Pro ก็ใช้ Kdenlive ก็พอจะทดแทนได้
เล่นเกมบน Linux ไปถึงไหนแล้ว
จากการพลักดัน SteamOS ก็ต้องบอกว่าดีขึ้นมากๆ เราสามารถเล่นเกมใน steam ได้ผ่าน Proton เหมือนหน้ากากบน Linux ที่ช่วยให้รันเกมของ Windows ได้ แต่คงเทียบเท่าไม่ได้ในบางกรณี เช่น ในเกม Monster Hunter Wilds ในช่วงเปิดตัวแรกๆ ที่ได้ลองคือคุณภาพของภาพบน Linux ต้องปรับต่ำกว่าบน Windows ถึงจะได้ frame rate ที่พอจะเล่นได้ลื่น ส่วนเกมที่ไม่ได้กินสเปคเครื่องเยอะ เช่นเกม Against the Storm ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างมาก

เกม Online Service ตระกูลที่ต้องลง Anti-cheat ในเครื่องด้วยก็ต้องบอกลาได้เลยเพราะ Linux ไม่รับรอง อาจจะมีวิธีทำได้ก็ต้องไปลองหาวิธีทำตามกันได้ แต่ส่วนตัวที่ไม่ได้อยู่วงการนี้อยู่แล้วและก็ไม่ได้เล่มเกมมาซักพักใหญ่ๆ เลยไม่ได้ห่วงเรื่องนี้ไป
Linux เหมาะกับคุณหรือไม่
โดยรวมภาพรวมทั้งหมดที่สังเกตมา พอจะสรุปเป็นไอเดียไว้ตอบตามประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้
- ถ้างานเขียน program หรือเป็นงานพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นหลัก คิดว่าควรลองเพราะค่อนข้างสร้าง productivity ได้ดีกว่า Windows
- งานที่ต้องใช้โปรแกรมตามข้อกำหนด หรือ specialize ในโปรแกรมหนึ่งๆ อาจจะยังไม่แนะนำให้ชีวิตลำบากเกินไป
- ถ้าอยากลองเรียนรู้ ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการทำงาน แนะนำอย่างมากๆๆๆๆ ให้ลองเปิดใจ ลองเรียนรู้การใช้งาน
อยากจะย้ำอีกครั้งว่านี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ชอบไม่ชอบ ดีไม่ดี มีแค่ตัวคุณเท่านั้นที่จะบอกได้ และถ้าใครได้ลองใช้แล้วคิดเห็นกันอย่างไรก็มาแบ่งปันกันบน Midgard ได้เลยนะะ

Comments