กิจการที่ ได้รับยกเว้น VAT

การให้บริการข้ามพรมแดน

ภาษีซื้อต้องห้าม

การแจ้งขอเปลี่ยนทะเบียน บทลงโทษ และ การขอคืนภาษี

จุดความรับผิด (TAX POINT)

Screenshot 2026-07-08 062053

ตัวอย่าง

ข้อใดถูกต้องที่สุด
A.ก. การให้บริการขนส่งในท่าเรือ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
B.ข. การให้บริการส่งเอกสารด้วยรถจักรยานยนต์ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
C.ค. การให้บริการนักแสดง นักร้อง ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
D.ง. ขายเครื่องจักรที่ติดกับพื้นโรงงาน ถ้าขนย้ายต้องรื้อถอนแล้วประกอบใหม่ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ B. ข. การให้บริการส่งเอกสารด้วยรถจักรยานยนต์ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
เหตุผลประกอบและวิเคราะห์ตามประมวลรัษฎากรในแต่ละตัวเลือก:
ข้อ B (ข) กล่าวถูกต้อง (เป็นคำตอบที่ถูกต้อง): การให้บริการรับส่งเอกสาร (Messenger) ด้วยรถจักรยานยนต์ กรมสรรพากรตีความว่าไม่เข้าลักษณะเป็นการ "ขนส่งในราชอาณาจักร" แต่ถือเป็นการ "ให้บริการรับจ้างทำของ" ทั่วไป ซึ่งอยู่ในบังคับต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7% ตามปกติ
วิเคราะห์ตัวเลือกอื่นๆ ที่กล่าวไม่ถูกต้อง:
ข้อ A (ก) กล่าวไม่ถูกต้อง: การให้บริการขนย้ายหรือขนส่งสินค้าในบริเวณใดบริเวณหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ภายในท่าเรือ ภายในสนามบิน หรือภายในบริเวณโรงงาน กรมสรรพากรมองว่าไม่ใช่การขนส่งสาธารณะ แต่เป็นการให้บริการรับจ้างทำของ ซึ่ง ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (กล่าวคือ ต้องเสีย VAT)
ข้อ C (ค) กล่าวไม่ถูกต้อง: การให้บริการของ "นักแสดงสาธารณะ" (เช่น นักแสดงละคร นักร้อง) กฎหมายกำหนดให้ได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ฒ) (ไม่ใช่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่ตัวเลือกกล่าว)
ข้อ D (ง) กล่าวไม่ถูกต้อง: เครื่องจักรที่ติดตั้งยึดติดกับพื้นโรงงานอย่างแน่นหนา หากการขนย้ายต้องทำการรื้อถอนและประกอบใหม่ ในทางกฎหมายถือว่าเครื่องจักรนั้นเป็นส่วนควบของอาคารโรงงานและกลายสภาพเป็น "อสังหาริมทรัพย์" การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร จะอยู่ในบังคับต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) ตามมาตรา 91/2 (6) และเมื่อกิจการใดอยู่ในระบบภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับ ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามมาตรา 77/3

บริษัท ก ประกอบธุรกิจคอนเสิร์ต ได้ว่าจ้างบริษัท A ซึ่งอยู่ประเทศเกาหลี ให้มาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทย โดยบริษัท ก จ่ายค่าบริการ 10 ล้านบาท ค่าที่พักของนักแสดงและทีมงาน 2 ล้านบาท เมื่อบริษัท ก จ่ายเงินให้บริษัท A แล้ว บริษัท ก มีหน้าที่ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ จำนวนเท่าใด
A. ก. ไม่มีหน้าที่ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
B. ข. มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 140,000 บาท
C. ค. มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 700,000 บาท
D.ง. มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 840,000 บาท
คำตอบที่ถูกต้องคือ D. ง. มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 840,000 บาท
เหตุผลประกอบและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ลักษณะของการให้บริการ: การที่บริษัท ก (บริษัทในไทย) ว่าจ้างบริษัท A (บริษัทในต่างประเทศ) ให้เข้ามาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นการที่ผู้ประกอบการในต่างประเทศเข้ามาให้บริการและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร (Out-In)
หน้าที่ในการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม: ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงินค่าบริการ (บริษัท ก) มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ให้บริการในต่างประเทศ (บริษัท A) โดยต้องยื่นด้วยแบบ ภ.พ.36
ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม: ฐานภาษีสำหรับการให้บริการ หมายถึง มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการให้บริการ ซึ่งรวมถึงเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ อันอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ดังนั้น ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงต้องนำ ค่าบริการ 10 ล้านบาท มารวมกับ ค่าที่พักของนักแสดงและทีมงานอีก 2 ล้านบาท (ถือเป็นประโยชน์อื่นใดหรือส่วนหนึ่งของค่าบริการที่บริษัท ก จ่ายให้บริษัท A) รวมเป็นฐานภาษีทั้งสิ้น 12 ล้านบาท
การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม: 12,000,000 บาท x 7% = 840,000 บาท

ข้อใดถูกต้อง
A. ก. โกดังที่เช่าเพื่อเก็บสินค้า จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน เป็นสถานประกอบการ
B. ข. บูธที่เช่าเพื่อจัดแสดงสินค้า 1 เดือน เป็นสถานประกอบการ
C. ค. บ้านพักที่สร้างให้คนงานก่อสร้างอยู่อาศัยและเก็บเครื่องมือต่างๆ ในบริเวณที่ก่อสร้าง เป็นสถานประกอบการ
D. ง. สำนักงานชั้น 1 จดสาขาแล้ว แต่เช่าเพิ่มชั้น 3 ไว้เก็บเอกสาร เนื่องจากพื้นที่ชั้น 1 ไม่เพียงพอ จึงเป็นสถานประกอบการด้วย
คำตอบที่ถูกต้องคือ A. ก. โกดังที่เช่าเพื่อเก็บสินค้า จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน เป็นสถานประกอบการ ครับ
เหตุผลประกอบและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (20) ได้ให้นิยามของคำว่า "สถานประกอบการ" ไว้ว่า หมายถึง สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ และให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย
สามารถวิเคราะห์แต่ละตัวเลือกได้ดังนี้ครับ:
ข้อ A (ก) กล่าวถูกต้อง: การเช่าโกดังเพื่อ "เก็บสินค้า" และมีการจ่ายค่าเช่าเป็น "รายเดือน" แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องและเป็นประจำ จึงเข้าคำนิยามของการเป็นสถานที่เก็บสินค้าเป็นประจำ ถือเป็นสถานประกอบการตามกฎหมาย
ข้อ B (ข) กล่าวไม่ถูกต้อง: การเช่าบูธเพื่อจัดแสดงสินค้าเพียง 1 เดือน มีลักษณะเป็นการเช่าชั่วคราว ไม่ได้มีเจตนาใช้ประกอบกิจการอย่าง "เป็นประจำ" หรือถาวร จึงไม่เข้าลักษณะสถานประกอบการ
ข้อ C (ค) กล่าวไม่ถูกต้อง: บ้านพักคนงานและที่เก็บเครื่องมือก่อสร้างในบริเวณไซต์งานก่อสร้าง เป็นเพียงการตั้งขึ้นชั่วคราวตามระยะเวลาของโครงการก่อสร้างนั้นๆ และเครื่องมือก็ไม่ใช่ "สินค้า" จึงไม่ถือเป็นสถานประกอบการ
ข้อ D (ง) กล่าวไม่ถูกต้อง: จุดหลอกที่สำคัญของข้อนี้คือการเช่าพื้นที่เพิ่มเพื่อ "เก็บเอกสาร" กฎหมายระบุชัดเจนว่าต้องเป็นสถานที่ที่ใช้ "เก็บสินค้า" เป็นประจำ ไม่ใช่เก็บเอกสารสำนักงาน การเช่าพื้นที่เพื่อเก็บเอกสารจึงไม่ทำให้ชั้น 3 กลายเป็นสถานประกอบการเพิ่มขึ้นมาครับ

บริษัท A ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ว่าจ้างให้ บริษัท ก. ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ให้ผลิตสินค้า โดยบริษัท A จัดหาวัตถุดิบส่งให้บริษัท ก. เมื่อผลิตเสร็จ บริษัท ก.ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเฉพาะค่าจ้างรับผลิตเท่านั้น ไม่รวมค่าวัตถุดิบ ข้อใดไม่ถูกต้อง
A. ก. เป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรแก่ผู้รับบริการในต่างประเทศ เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตรา 0%
B. ข. ใบแจ้งหนี้ที่ออกถือเป็นใบกำกับภาษี ตามประกาศอธิบดี
C. ค. ลงรายงานภาษีขายภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ในใบแจ้งหนี้
D. ง. บริษัท ก ต้องออกใบกำกับภาษี เมื่อได้รับชำระเงิน และยื่นแบบ ภ.พ.30

คำตอบที่ถูกต้องคือ D. ง. บริษัท ก ต้องออกใบกำกับภาษี เมื่อได้รับชำระเงิน และยื่นแบบ ภ.พ.30 (เป็นตัวเลือกที่กล่าวไม่ถูกต้อง)
ข้อ A (ก) เป็นข้อความที่กล่าวถูกต้อง: การที่บริษัทต่างประเทศ (บริษัท A) จัดหาวัตถุดิบหลักมาให้บริษัทไทย (บริษัท ก.) ทำการผลิต และส่งออกสินค้ากลับไปต่างประเทศ ในทางภาษีมูลค่าเพิ่มจะถือว่าบริษัท ก. เป็นผู้รับจ้างทำของ เข้าลักษณะเป็น "การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ" (การส่งออกบริการ) ซึ่งได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใน อัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (2)
ข้อ B (ข) เป็นข้อความที่กล่าวถูกต้อง: ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) ข้อ 2 ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า ผู้ประกอบการที่ให้บริการส่งออกและเสีย VAT 0% "ได้รับยกเว้นไม่ต้องออกใบกำกับภาษี" (แบบเต็มรูป) แต่กฎหมายอนุโลมให้ถือเอา "ใบแจ้งหนี้ (Commercial Invoice)" หรือเอกสารเรียกเก็บเงินที่ออกให้แก่ลูกค้าต่างประเทศนั้น "เป็นใบกำกับภาษี" ตามกฎหมายได้เลย
ข้อ C (ค) เป็นข้อความที่กล่าวถูกต้อง: เนื่องจากกฎหมายให้ถือว่า "ใบแจ้งหนี้" เป็น "ใบกำกับภาษี" ดังนั้น เมื่อบริษัท ก. ออกใบแจ้งหนี้ จุดความรับผิด (Tax Point) จึงเกิดขึ้นทันที (เทียบเท่ากรณีการออกใบกำกับภาษีก่อนได้รับชำระเงิน ตามมาตรา 78/1) บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องนำเอกสารดังกล่าวไป ลงในรายงานภาษีขายภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ที่ระบุในใบแจ้งหนี้นั้น
ข้อ D (ง) เป็นข้อความที่กล่าวไม่ถูกต้อง (จึงเป็นคำตอบที่ถูก): สืบเนื่องจากข้อ B และ C ในเมื่อกฎหมายได้ยกเว้นหน้าที่การออกใบกำกับภาษีให้แล้ว และนับว่าใบแจ้งหนี้ที่ออกไปก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เป็นใบกำกับภาษีไปแล้ว ดังนั้น เมื่อบริษัท ก. ได้รับชำระเงินค่าจ้างจากต่างประเทศในภายหลัง บริษัท ก. จึง "ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีซ้ำอีก" การที่ตัวเลือกระบุว่าต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อได้รับชำระเงิน จึงผิดหลักกฎหมายครับ